Fiction

อย่าถามเลยครับมันสะเทือนใจเอาเป็นว่าจบแค่นี้และ....

...

...

...

อ่านแล้วคง งงสินะครับผมตั้งกระทู้ทำหอก(ลองกินุส)ทำไม ล้อเล่นครับผมแต่งฟิกมามากมายไม่ดรอปก็ดองซะส่วนใหญ่แต่ก็ยังมีส่วนน้อยที่เขียนจบครับส่วนน้อยจริงๆ...

ผมแต่งฟิกชั่นจบจริงๆ4เรื่องครับ!
มีเรื่องอะไรบ้างเดี้ยวผมจะพาไปชมครับ

จบเรื่องแรก
Mahou Sensei Negima Where Is Love
ชื่อไทย - คุณครูจอมเวทเนกิมะ ~ความรักนั้นอยู่หนใด~
จำนวณตอน - 23+ตอนพิเศษอีก1
รายละเอียด - แฟนฟิกชั่นของเนกิมะเขียนตอนเนกิพึ่งออกมาถึงเล่ม6 เล่ม7เกี่ยวกับ โอคิตะ นาโอกิเด็กหนุ่มอายุ16ที่ต้องเข้ามาเป็นอาจาร์ยใหม่ในร.รมาโฮระ นาโอกินั่นก็มีความสามารถมากมาย(รวมถึงความลับมากมาย)ไม่ว่าจะมีร่างกายที่มีนาโนแมนชีนฝังอยู่และก็ต้องเผชิญหน้ากับกลุ่มศัตรูที่เรียกตัวเองว่า"ตะกูลเฟาส์"...

จัดเป็นแฟนฟิกชั่นที่เปลี่ยนแนวเรื่องไปเลยครับโดยจะใช้แค่เล่มแรกๆเป็นพื้นเท่านั้นที่เหลือจะแตกออกเป็นอีกเนื้อเรื่องเลย มีการอ้างว่าจริงๆแล้วเจ้านาโอกิคือ1000Masterเมื่อ1000ปีก่อน สาวๆห้อง3Aคือ31นางฟ้าที่เคยช่วยนาโอกิจัดการเฟาส์เมื่อ1000ปี ความสัมพันธ์ของตัวละคร ๆลๆ

ตอนจบ - เป็นเรื่องแรกที่จบแต่ก็ประเดิมด้วยการปาหมอน~โดยตัดให้นาโอกิเดินทางไปสู้กับพวกเฟาส์ตามลำพัง...

ความประทับใจในการจบ - 1/5ดาว
(ไม่พอใจจริงๆอยากเอากลับมารีรันเขียนใหม่นะแต่ตอนนี่แค่เขียนWOWก็ขี้เกียจจะตายอยู่แล้ว)

เล็กๆน้อยๆ
- เป็นฟิกชั่นที่รับสมัครตัวละคร
- ตอนนั้นแต่งควบไปกับครอสโบน(นี่ก็อีกเคสที่อยากจะเอามาให้เล่าให้ฟัง)
- ลงที่บอร์ดเนกิไทยแฟนคลับที่เดียว
- หลังจากจบเอามายัดRARเปิดให้โหลดที่Amadu
- มีตอนพิเศษที่เกี่ยวกับการที่นาโอกิเป็นคู่ดูตัวให้โนกะ นาโอกิพุดประโยคเท่ๆครั้งแรก(และครั้งเดียวในเรื่อง)ในตอนนี่
- จริงๆกะจะให้เรื่องนี่มีสามภาคคือภาคแรก ภาคGaidenและภาค2
- มีฟิกชั่นเรื่องนี่ภาค2ด้วยแต่ต้นฉบับหาไม่เจอ เรื่องเกี่ยวกับรูริ(รูริจังที่ผมคลั่งนักหนานั่นและ)และความรักในโรงเรียนมาโฮระที่แปลงชั้นเรียนไม่ให้แยกชายหญิงกลายเป็นสหะไปเรียบร้อยแล้ว แถมต้องต่อสู้กับพวกผู้สืบทอดจากตะกูลเฟาส์เรื่องนี่จบลงด้วยการดรอปเมื่อเขียนไป4-5ตอน
- และตรงกันข้ามภาคGaiden(เป็นภาคที่กะจะเขียนเกี่ยวกับนาโอกิตอนเดินทางไปสู้กับเฟาส์)ไม่เคยเขียนเพราะขี้เกียจ
- ไม่รู้ว่าผมอุตริตั้งชื่อนี่ได้ไงทั้งๆที่ทั้งเรื่องเอาแต่บู้แหลกไม่มีฉากรักๆกันเลย

จบเรื่องสอง
Assault Brilliant Planet!!!
ชื่อไทย - จู่โจมดวงดาวที่ส่องประกาย!!!
จำนวณตอน - 8ตอน
รายละเอียด - หลังจากจบสงครามผลาญจักรวาล รัฐบาลแห่งอวกาศได้ปฎิรูปโรงสร้างของกรมรักษาความปลดภัยใหม่และเรื่องราวของหน่วยBrilliant Greenหน่วยรักษาความปลอดภัยที่ขึ้นตรงกับดาวแห่งศาสนาจึงเริ่มขึ้น...
(แปลกใจมั้ยขึ้นตรงต่อศาสนาแต่ดันทำหน้าที่เหมือนหน่วยตำรวจอวกาศธรรมดาๆแทน)

ฟิกชั่นหุ่นยนต์ออริจินอลที่วางโครงการไว้ใหญ่โตแต่ก็จบลงด้วยการปาหมอนมีการยัดปริศนาชาติกำเนิดของริสึกะ(พระเอก)เอาไว้อย่างดิบดีสุดท้ายเป็นตัวชวนงงซะนี่ เรื่องนี่รูริจังมีบทอีกแล้วรับหน้าที่กัปตันของยานพระเอกนาโซโชโอนิก

ตอนจบ - จบโดยการทักทายของกลุ่มศัตรูและการเดินหน้าทำหน้าที่ต่อของหน่วยBrilliant Green หรือพูดง่ายๆ....จบห่วยพอๆกับเนกิมะข้างบนและ

ความประทับใจในการจบ - 1/5ดาว
(งงตัวเองเหมือนกันทำไมถึงตัดจบไปแบบนั้น)

เล็กๆน้อยๆ
- หาอ่านได้ในบล็อกนี่และแต่ไม่มีตอนจบให้นะ(มีถึงตอนที่7)
- มีการเอามารีรันใหม่เป็นภาคOVA(ไม่ใช้อนิเมทซะหน่อยตั้งไปได้)ทำเนื้อหาใหม่เป็นตอนเดียวจบแต่ก็จบเหมือนกับข้างบน
- OVAอันบนมีอยู่ในบล็อกเช่นกัน
- มีภาคต่อจากOVAอันบนด้วยชื่อภาคBegin แต่งได้สามตอนก็จอด...(ดรอปนั่นเอง)
- เคยคิดจะเขียนเรื่องนี่ใหม่หลายรอบแต่ก็ไม่เคยจอบแม้แต่ตอนแรก

จบเรื่องที่สาม
Super Robot Justice
ชื่อไทย - ซูเปอร์โรบ็อต จัสติส(ทับศัพท์)
จำนวณตอน - 11ตอน
รายละเอียด - อาสึกะ เอกิเด็กหนุ่มขี้เซาได้บังเอิญพบฮานะไม่สิจงใจมากกว่า ซึ่งฮานะคนนี่ก็เป็นเจ้าหญิงชาว"บูรี"ที่หลบหนีออกมาจากดาวแอสการ์ดเพราะถูกพี่ชายของเธอ"โลกิ"ตามล่าแต่ฮานะไมได้หนีมามือเปล่ามาพร้อมกับหุ่นยนต์ยักษ์นามจัสติสซึ่งเอกิก็ต้องพลอยซวยช่วยฮานะสู้กับเหล่าBW(BioWepon)ที่ส่งมาโดยโลกิเพื่อปกป้องโลก

อ่านพล็อตแล้วคงนึกว่าฟิกชั่นหุ่นยนต์ธรรมดาใช่ไหมครับ....ครับพล็อตมันธรรมดาแต่ถ้ามีใครถามพบว่าในฟิกที่จบ4เรื่องเนี่ยอยากให้คนมาอ่านเรื่องไหนมาที่สุด....ก็ต้องขอตอบว่าเรื่องนี่และครับ ภายในพล็อตธรรมดาของมันซ่อนอะไรไว้หลายอย่างมากจนชนิดที่ว่าคนเขียนเอามาอ่านอีกรอบก็ต้องแอบอมยิ้มตามไปด้วย อย่างแรกบุคลิกตัวละครที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นเอกิที่นอนได้ทุกทีทุกเวลา เรียวเพื่อนสนิทเอกิที่ชอบเป็นไม้เบื่อไม้เบากันเป็นประจำแถมยังขี้บ่นสุดๆ สามสาวพี่น้องได้แก่คารินสาวจอมโหด(แอบถึก) เวนดี้สาวน้อยผู้หลงใหลในตัวเอกิ(หลงมันตรงไหนผู้เขียนยังไม่รู้เลย)และเมเนียสาวน้อยน่ารักที่แอบชอบไดสึอิอยู่ ส่วนไดสึอิหรือตัวประกอบไม่ธรรมดาของเรื่องที่อุตสาห์ได้มีตอนเด่นของตัวเองด้วย ฮานะนางเอก(มั้ง)ที่เนียบ(แต่มีแอบหลุดบ้าง)พี่น้องริงสุเกะเจ้าของร้านราเม็งจิตไม่ปกติและรูริ(อีกแล้ว) น้องที่เงียบๆแต่หลุดโลกพอกันโลกิที่ต๊องเกินคาดและตัวละครอีกมากมายที่ทำให้ผมแอบฮาได้เสมอๆ(ขนาดคนเขียนนะเนี่ย)ผสมโณงด้วยมุขโอตาคุที่คุณต้องรู้จักอนิเมทมาพอสมควรหน่อยถึงจะฮา(เพราะมันกัดไปทั่วคล้ายๆเคโรโระ)อย่างตอนที่ฮานะแนะตัวเองว่าเธอไมใช้มนุษย์แต่เธอเป็น เอกิก็สอดขึ้นมาว่า "หรือว่าเธอเป็นนิวไทป์"(กัดกันดั้ม) เรียวก็รีบแย้งทันทีว่า "คุณฮานะเป็นคอโอดิเนเตอร์ต่างหาก"(กันดั้มซี้ด)ซึ่งฮานะเองก็ดันเล่นด้วยโดยตอบว่า "ไม่ใช้ค่ะฉันมีเลือดสีฟ้าเป็นชาวมู"(กัดราเซฟรอง) และอีกมุขมากมายที่จะทำให้ขากรรไกรผมค้าง มาถึงเรื่องหุ่นถึงมันจะดูเรียบๆไม่หวือหวาก็เถอะแต่จัสติสก็เป็นหุ่นอีกตัวนึงที่ผมออกแบบได้ไม่ยุ่งยาก(ออจัสติสมีAiในตัวพูดได้ด้วยนะครับ) ข้อเสียสุดๆของเรื่องนี่ก็คือคิวบู้ที่มันดูไม่ค่อยมันสท์เท่าไร(บางคนที่อ่านบอกว่าหุ่นสู้หลังๆไม่มันสท์เหมือนเคนตะซัดกับเอกิตอนแรก เห่อๆ)กับปริศนาของเรื่องที่มาเฉลยชนิดเขื่อนแตก(บางคนบอกว่าให้มันเป็นการ์ตูนชีวิตนักเรียนไร้สาระกัดชาวบ้านน่าจะดีกว่านี่ก็มีเลย)เพราะว่าสาเหตุหลักคือมัวแต่เล่นตอนไร้สาระอยู่ได้ตอนที่อธิบายเรื่องก็เลยไม่ค่อยมีเท่าไร และบางส่วนที่ยังไม่ค่อยจะสมเหตุสมผล อาจจะมาจากเพราะผมย่อเนื้อเรื่องตอนหลังๆก็ได้ ตอนที่10ที่เฉลยปริศนาจึงเฉลยกันแบบเขื่อนแตก

ตอนจบ - การต่อสู้ครั้งสุดท้ายของจัสติส และอนาคตของแต่ละคน(จบตามสูตร)

ความประทับใจในการจบ - 5/5ดาว
(จบได้สุดๆแล้วในความคิดผมถึงมันจะย่อเนื้อเรื่องก็เถอะแต่ก็ประทับใจมาก)

เล็กๆน้อยๆ
- หาอ่านได้ในบล็อกแต่มีแค่9ตอน
- จริงๆแล้วเรื่องนี่ผมเขียนได้9ตอนก็ดอง(จริงๆไม่เชิงดองหรอกตอนนั่นดรอปเลยต่างหากแต่เพราะผมกลับมาเขียนต่อเลยเรียกว่าดอง)
- เวลาที่ดองนั้นคือราวๆ1ปีเต็มๆ(ดองตอน2005 มาจบ2006)เรียกว่าดองยาวสุดที่เคยดอง
- เคยคิดจะแต่งภาคมูฟวี่ด้วยแต่ยังไม่ได้เขียน
- เรื่องนี่แอบหยิบตำนานนอร์สมาใช้ด้วยไม่ว่าจะเป็นแอสการ์ด โลกิหรือชื่อจริงของฮานะที่ชื่อเฟย์จา เป็นต้น

จบเรื่องที่สี่
Code Redicule
ชื่อไทย - รหัสแห่งชะตากรมม(จริงๆมันแปลได้ว่ารหัสไร้สาระนะ)
จำนวณตอน - 9ตอน
รายละเอียด - เรื่องเกิดในโลกเวทมนต์แฟนตาซี ...ปีศักราชจักรวรรดิที่64 อาณาจักร
"รูนวิลล์"ที่อยู่ทางตอนเหนือ ได้เกิดเหตุการณ์ปลงพระชมน์กษัตริย์ "ราชิล"ผู้ปกครองอาณาจักรขึ้น ภายหลังสามารถจับตัวคนร้ายได้ โดยที่คนร้ายได้อ้างตัวว่าเป็นคนของ"ลัทธิสีดำโศก" หลังจากเวลาผ่านไปไม่นาน ก็ได้เกิดการก่อการร้ายขึ้นไปทั่วอาณาจักรจากฝีมือของกลุ่มลัทธิสีดำโศกในขณะที่สถานการณ์ในอาณาจักรกำลังเกิดความวุ่นวาย บุตรชายคนโตของกษัตริย์ราชิล"ราออส"ได้ประกาศออกมาสืบทอดบัลลังก์ต่อจากพระบิดา แต่ทว่า...ในเวลาต่อมาไม่นานตะกูล"ฮายาคาว่า" ที่เป็นตะกูลในราชวงศ์ ของกษัตริย์ราชิล ได้ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้นำของกลุ่มลัทธิสีดำโศกในการลอบปลงพระชนม์กษัตริย์"ราชิล"ส่งผลให้คนในตะกูลถูกประหารทั้งหมดแต่ทว่าในตอนนั้นที่ลานประหารได้เกิดการก่อการร้ายขึ้นมาพอดี ส่งผลให้ลานประหารและบริเวณใกล้เคียงถูกระเบิดเป็นจุล...จากเหตุกราณ์นี่ทำให้องคราชา ราออสเดินหน้าทำการกวาดล้างการก่อการร้ายทั่วอาณาจักร แต่ใครจะรู้ล่ะว่าเบื้องหลังเรื่องนี่นั่นเป็นอย่างไร ชะตากรรมของอาณาจักร
รูนวิลล์กำลังสั่นคลอน... ขอก็อปบทนำมาใส่เลยนะเพื่อความรวดเร็ว(ขี้เกียจพิมม์ด้วย)

ฟิกยำ คนในไร้สาระที่ไม่นึกว่ามันจะจบได้ ฟิกเรื่องนี่มาพร้อมสำนวนการแต่งที่สุดยอดขึ้นของผม(แต่ก็ยังห่วยอยู่ดี)แรกๆเขียนมาได้น่าสนใจแต่ในช่วงหลังๆเกิดอาการอยาก
ดรอปขึ้นมาแต่อยากเขียนให้จบเลยย้อเนื้อเรื่อง ถ้าคิดว่าเนื้อเรื่องของจัสติสบางตอนไม่สมเหตุสมผลแล้วล่ะก็นี่ก็สุดๆไม่สมเหตุสมผลเลยล่ะ ตอนที่8ตอนก่อนจบ(อีกแล้ว)ทรยศกันไปมานัวเนียหุ่นโผล่เหมือนกับว่าบริษัทขายของเล่นสั่งให้ออกอะไรแบบนี้แล้วจบแบบสู้ครั้งสุดท้ายคล้ายจัสติสเดี้ยะๆ(หุ่นตัวที่สองของพระเอกเทพมากแต่มาเจอบอสก็เกือบพังตามไสตล์ผมไม่เหมือนบางเรื่องตอนสุดท้ายเหมือนพึ่งไปทำสีใหม่มาเงาเชียว)

ตอนจบ - การต่อสู้ครั้งสุดท้ายของเจเนะแล้วอนาคตของแต่ละคน(เหมือนจัสติสอีกและ)

ความประทับใจในการจบ - 4/5ดาว
(เอานะแม้จะไม่รู้สึกดีกว่าจัสติสแต่ก็จบได้งามอีกเรื่องล่ะ)

เล็กๆน้อยๆ
- ฟิกยำเรื่องแรกที่จบ
- จริงๆกะแต่ง13ตอนแต่ต้องย่อลงมาเหลือ9ตอน
- มีภาคใหม่ชื่อภาคZ/Eแต่เขียนได้ตอนเดียวก็ดรอป

------------------------

นี่คือข้อมูลทั้งหมดของเรื่องที่จบ4เรื่องของผมนะครับเป็นไงอ่านกันเหนื่อยรึยังครับจริงๆมีจบอีกเรื่องนะแต่มันทุเรศเกิน - - เลยไม่ขอเอามาลง

เอาละขอให้ทุกเรื่องที่เราแต่งหลังจากนี้ไม่ดรอปหรือดองด้วยเถอะ สาธุ~~~

Redi 3 Year -In The stillness-

posted on 24 Apr 2008 01:52 by srwkung  in Fiction

เสียงหัวเราะวันวาน มันได้หายไปแล้ว
ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านมามันได้เบาบางลงไป
แม้แต่ไฟก็ไม่อาจกระตุ้นมันกลับมาได้อีกครั้ง
ฉันอาจไม่ใช้ไฟที่มีพลัง...
แต่ก็น่าอนาถยิ่งนักที่ไม่อาจกระตุ้น ความรู้สึกให้กลับมาได้

ฉัน เจเนซิส ครอส เจโนไซค์เป็นแค่เด็กหนุ่มธรรมดาๆ ที่อาศัยอยู่ในนครริดิแห่งนี้เท่านั่น...

วันนี่วันที่6เมษา ครบรอบการก่อตั้งนครริดิ

3ปีที่แล้ว ความยากลำบากในการต่อสู้ และความบ้าบิ่นของพวกเราทำให้สามารถตั้งเมืองนี่ขึ้น แม้จะระเห็ดเร่รอนแต่ทุกคนก็พยาม ช่วงนั่นก็มีเสียงหัวเราะ มีทั้งน้ำตาแต่พวกเรกาสนุกสนานกับมัน

2ปีที่แล้ว ครบรอบสมาคม พวกเราได้จัดงานเลี้ยงขนาดใหญ่ขึ้นแม้จะเต็มไปด้วยความวุ่นวายแต่มันก็สนุกดีจะว่าไปแล้วพวกเราก็ผ่านอะไรมามากมาย สำหรับงานเลี้ยงที่จะได้พักซะบ้างก็เป็นสิ่งดีไม่ใช้รึ?

ปีที่แล้ว พวกเราร่วมต่อสู้กับ จอมอสูรดรอบดอง....แน่ล่ะแม้จะเป็นศัตรูที่น่ากลัวแต่พวกเราซะอย่างก็สามารถจัดการได้แม้จะร่วมวิกฤตินิวซิล่าที่ปรากฎขึ้นมา แต่ทั้งหมดก็เต็มไปด้วยความสนุกสนาน....

ปีนี่ล่ะ?

"เทา....สีเทา"
เจเนะถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย ทั้งๆที่เป็นวันครบรอบการก่อตั้งเมืองแท้ๆแต่ฟ้ากับกลายเป็นสีเทา...

พวกคนเงียบและหดหู่....ดูเหมือนคิดว่าวันนี้เป็นวันปกติวันนึง ทั้งๆที่ไม่ควรจะมีงานฉลอง...

เจเนะคิดว่าเขาอาจจะยึดติดกับวันนี้มากไป ทุกคนคงไม่อยากจะสนุกสนาน....เพราะทุกคนก็มีภาระหน้าที่ ที่ต้องทำ เขาอาจจะจริงจังไปแต่นี่แปลกมาก...

"งานฉลองเหรอ....เพื่ออะไรล่ะ?"
สกัลลี่ เจ้าของร้านอาหารที่เป็นหนึ่งในสมาชิกของนครริดิหรือสมาคมไร้สาระ คนที่ถูกเรียกว่าประธานและเป็นศูนย์กลางกล่าวออกมา.....ก่อนที่จะเดินไปจัดการธุระในร้านต่อ....

มันน่าแปลกจริงๆ ทำไมทุกคนกลายเป็นแบบนี้....

เจเนะเดินทางสอดส่องไปทั่วเมืองแต่ทั้งหมดก็เป็นเหมือนวันเดิมๆ....

นพก็พี้ยาไม่เลิก หมูป่าก็เฟลไม่เลิก แม้แต่เนเน่ยังดูยุ่งๆ ไรเองก็ดูเหมือนจะอาการไม่ค่อยดี

ช่างเงียบเหงาจริงๆ....

และตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ที่ทุกอย่างเป็นสีเทา.....

แม้แต่เจเนะก็เริ่มจะปลงกับสภาพรอบตัวที่เกิดขึ้น นอกจากจะเทาแล้ว ทุกอย่างยังคงเริ่มๆช้าลงด้วย...

"สักวันมันจะ หยุดนิ่ง"
เจเนะพึมพำก่อนเดินไปที่สวนสาธารณะกลางนคร....

สิ่งเดียวที่ยังจรัสแสงอยู่ก็คือป้ายจารึกการก่อตั้ง....เจเนะทอดสายตาไปที่ป้ายแบบเบื่อๆ....ไม่นานมันก็กลายเป็นสีเทา....เขาเข้าใจในทันที

"รู้แล้ว ทำไมมันถึงกลายเป็นแบบนี้...."

นั่นก็เพราะเขาอนาถใจกับสภาพรอบตัว....

อนาถใจกับความจริงที่ว่า มันไม่ได้รับความเลียวแลแล้ว

อาจเพราะมันเหมือนเดิมเหมือนเดิมทุกปี

อาจเพราะหลายๆคนไม่มีความอยาก และไม่ต้องการแล้ว

เรื่องมันก็มีแค่นี้และ...

"นั่นสินะ เพราะไม่มีใครต้องการ...มันก็เลยกลายเป็นเหมือนปกติ..."
กล่าวจบเจเนะก็หันขึ้นไปมองท้องฟ้า

"ฉันเองสินะที่บ้าไปคนเดียว....ฉันเองสินะที่คิดไปคนด้วย"
หลังสิ้นเสียงตัวเขาก็กลับมามีสีสันสดใสอีกครั้ง

"อาจจะเพราะเป็นแบบนั่น ฉันจึงยังมีสีสัน ภายในวันที่มืดมนแห่งนี้..."

ความคิดเป็นสิ่งที่น่าพิศวง ถ้านิวตันไม่จินตนาการเมื่อเห็นแอปเปิลตกป่านนี้มนุษย์เราจะไปนอกโลกแล้วรึยังก็ไม่รู้...

เจเนะนั่งลงข้างๆป้ายจารึกการก่อตั้งนั่น แล้วเริ่มลงมือเขียนอะไรสักอย่างลงบนพื้น...

ยิ่งเขาเขียนสีบนตัวเขาก็ค่อยๆหายไป...

"สำหรับทุกคนอาจจะปกติ แต่ว่า สีสันที่ฉันเขียนลงไปบนพื้น....มันจะคงอยู่ตลอดไป..."

"ขอให้เป็นเช่นนั่น"

....

....

ป.ล ผมไม่รู้ว่าข้อความนี่จะกลายเป็นสีเทารึเปล่า เพราะหากไม่มีใครใส่ใจมันก็คงจะเป็นสีเทา

บางทีผมก็อยากร้องไห้ แต่ผมเองก็ทำไม่ได้

สีสันที่ผมเติมลงไป มันเป็นยังไงต่อผมก็ไม่รู้

แต่ชีวิตผมมันก็มีความเสี่ยง....

แตก็นะ มันไร้สาระนิ มันก็ชื่อสมาคม....

ผมอยากให้ทุกคนที่มาอ่านข้อความสีนี่รู้ว่า....

สิ่งที่เรากำลังเผชิญอยู่คือความชาชินของตัวเราเอง...

บางทีทั้งหมดอาจมีสีสัน แต่มีแต่ตาผมเท่านั่นที่เป็นสีเทา

ผมอยากจะคิดแบบนั่น

-------------------

ข้อความที่เป็นสี บนพื้นสีเทา จบลงแต่เพียงเท่านี้....

================================

สวัสดีครับ ไม่ได้มาอัพนานเลยผมยังไม่ตายนะครับ(คนอ่านบล็อกเขารู้กันอยู่แล้วน่า) ขณะที่นึกว่าจะเอาอะไรลงดีก็ไปปิ้งกับฟิกตอนเดียวจบของข้าน้อยที่ฉลองครบรอบ3ปีของสมาคมไร้สาระเข้าเลยเอามาลง

หดหู่ มึนงง สงสัย อ้างว่าง เปล่าเปลี่ยว ท้อแท้ เฉยชา สงบนิ่ง เบื่อ และไม่น่าสนใจ

นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะถ่ายทอดออกมาในฟิกนี่ มันเหมือนเป็นคำบ่นมากกว่าฟิกนะ แต่ผมก็อยากจะเขียนออกมาแบบนี้

มันไม่ใช้การประชดประชันแต่เป็นการกล่าวถึงสภาพรอบตัวและความเป็นจริงทีเกิดขึ้นในสมาคมไร้สาระ

มันไม่ได้แย่หรือเลวร้ายแต่มันแตกต่างออกไป จริงๆแล้วที่ผมเขียนฟิกนี่ขึ้นมาอาจจะเป็นเพราะระบายความรู้สึกในใจออกมาก็ได้

จุดประสงค์หลักของเรื่องก็คือสีเทา สีเทาในเรื่องใช้แทนความหดหู่ ความเฉยชา ความธรรมดาและความน่าเบื่อ เหมือนคุณนั่งอยู่ในห้องที่เต็มไปด้วยกำแพงคอนกรีตตอนยังไม่ทาสีดูสิ แม้จะดูโล่งแต่ก็ไม่ชวนมองแล้วก็ไม่สวย

ทุกสิ่งที่เรามองกลายเป็นสีเทา ก็หมายความว่าเราคิดว่ามันไม่สวย เราคิดว่ามันไม่แตกต่าง เราคิดว่ามันไม่น่าสนใจ มันก็จะหม่นหมองลงกลายเป็นเทาในสายตาเราทันที่

พวกเรานั่นมันก็เหมือนของเล่นของกันและกัน แรกผ่านพบก็รู้สึกชอบใจกันแต่พอนานวันเริ่มเบื่อแล้วก็โยนทิ้ง ผมไม่อยากจะคิดแบบนั่นกับสมาคมไร้สาระ แต่นี่คือสิ่งที่ผมเห็น สมองผมอาจจะผิดผลาดแตผมก็ไม่อยากโกหกตัวเองเหมือนกัน

เพราะงั้น ผมถึงได้เขียนฟิกนี่ขึ้นมา

จริงๆฟิกนี่ตอนแรกชื่อแค่ Redi 3 Yearเฉยๆครับแต่ผมเติม In The stillness เข้ามาด้วยตอนเอามาลงบล็อกเพลงนีเป็นเพลงออริจินอลของรูริจังครับ ซึ่งก็ตรงกับธีมกลายๆของเรื่องนี่พอดี.... ภายในความเงียบ?