Anime

คนที่ติดตามบล็อกนี้เป็นประจำ(ซึ่งไม่ค่อยจะมีหรอก) และิติดตามบล็อกนี้มานาน คงจะรู้ว่าในสมัยตอนที่00ฉายนี้เล่นทำสปอยในบล็อกรายอาทิตย์เลยทีเดียว(แล้วก็ทำได้จบ(เห่)ไป ทำถึงกลางๆแล้วข้ามไปสรุปตอนจบเลยแล้วซีสองก็ไม่ได้ทำ)
 
แน่นอนว่าช่วงนี้นั้นเป็นช่วงที่กันดั้มภาคใหม่น้องใหม่ที่โดนด่าจากหลายๆสถาบันอย่างGundam Ageกำลังฉายอยู่ในฐานะคนที่ดูกันดั้มมาหลายสิบภาคอย่างกระผมก็อยากจะให้ความเห็นสักเล็กๆน้อยๆหน่อย
 
ก่อนอื่นบอกไว้ก่อนว่าผมเป็นพวกไม่มีอคติกับเนื้อเรื่อง ดีไซน์คาแรกเตอร์หรือดีไซน์หุ่นแต่ยอมรับเลยว่าพอเห็นสแกนกับรายละเอียดแรกของAgeแล้วความรู้สึกแรกในใจก็คือ"จืด" โดยส่วนตัวค่อนข้างเฉยๆไม่มีอคติความดึงดูดที่อยากให้ดูเห็นจะเป็น จะทำออกมายังไงนั้นล่ะแล้วพอดูไปเรื่อยๆจนปัจจุบันก็พบว่า
 
ตอนที่1 - 8 คะแนน (ดีกว่าที่คิดไว้จม,คาแรกเตอร์แบบฟลินท์ก็น่าสนใจดี)
ตอนที่2 - 7 คะแนน (เรื่องตามสูตรเดิม,หัวม่วงน่ารักดี)
ตอนที่3 - 6 คะแนน (เอาเวลาบักฟลินท์ไล่ยิงพลา่ดมายัดเนื้อหาอะไรทำให้คนดูประทับใจกับซี่รียืเพิ่มบ้างไม่ดีกว่าเหรอ,หัวม่วงน่ารักx2)
ตอนที่4 - 8 คะแนน (วูลฟ์มันเท่ดีแฮะ ยิงวืดดีนักเอามาให้ตูยิงเถอะ,ทำไมไม่ปั้มDODSไรเฟิลให้เจโนสใช้ฟร่ะ)
ตอนที่5 - 0 คะแนน (WTF? ไอ้เดชิลมันเหยียบคันเร่งถึงด้วยเหรอ?,พวกศัตรูแต่งแบบนั้นไม่เป็นเป้าสายตาเหรอฟร่ะ?,เป็นตอนที่ค่อนข้างจะไม่สนุกจนไร้เหตุผล ส่วนใหญ่คนที่ไม่ชอบภาคนี้เกลียดคาแรกเตอร์ดีไซน์ที่ดูเด็กๆเพราะงั้นไม่ควรจะมาตอกย้ำเอาเด็กๆเข้ามาโยงในเรื่องซะมากมาย ดูจากยอดขายกันพลาก็รู้แล้วบันไดเอ๋ย~)
ตอนที่6 - 5 คะแนน (ปืนกลยิงหุ่นก่อสร้างไม่เข้า...อืมพอจะเข้าใจว่าหุ่นมันอาจจะตกรุ่น...น่าจะเอาไอ้พลั่วนี้ไปตีกับU.Eบ้างน่ะ,อีวาร์ครูปร่างโคตรตลกกล้ามใหญ่แต่ตัวสั้นขาลีบๆ)
ตอนที่7 - 6 คะแนน (ตอนนี้สู้กันสนุก(เพราะมันฮา) โดนขัดขาล่ม เหยียบสระลื่นล่ม...โอ็ย ไม่ไหว ไม่ไหวแถมไอ้ตัวที่โดนฟันหัวขาดยังมาเฮโลกับเขาได้อีก ตอนนี้มันฮาชัดๆ,ลากันบทโคตรปักธงตายนี้เอ้งมีฝืมือแค่นี้เองเหรอฟร่ะ? จะถ่วงเวลาทำไมไม่เน้นหลบเล่า เข้าไปบวกแบบนั้นมีแต่ตายกับตาย พอจะเข้าใจแล้วล่ะว่าทำไมสู้U.Eกันไม่ได้)
 
จากเท่าที่ดูแล้วปัญหาของกันดั้มภาคนี้คือพยามจะจับกลุ่มลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ(กลุ่มเด็ก)แต่ดันลืมคิดไปว่าแฟนฐานที่เหนี่ยวแน่นของกันดั้มที่ดีที่สุดเป็นผู้ใหญ่และโทนเรื่องของกันดั้มก็ไม่เหมาะกับเด็กๆเลย ถ้าจะทำเอาใจเด็กจริงๆสมควรจะทำแหวกแนวไปแบบภาคGจะดีกว่า แต่เพราะพยามรักษาโครงเรื่องสงคราม+ทำไสตล์เด็กๆนิยม มันก็เลยออกมาครึ่งๆกลางๆเป็นเป็ดแบบนี้แล้วลงท้ายก็โดนแฟนกลุ่มเก่าสาบส่ง+ลูกค้ากลุ่มใหม่ก็ไม่ได้
 
ถามว่ายังดูอยู่ไหมก็ดูครับ เพราะสำหรับผมมันไม่ได้แย่มากขนาดรับไม่ไ่ด้ แต่ถ้าทะลึ่งทำแบบตอนที่5มาเยอะๆล่ะก็ คงขอบายเสพแต่สปอย เพราะรับตอนนั้นไม่ได้จริงๆ

ออกตัวแบบเช่นเดิมทุกครั้งว่า ผมไม่ค่อยได้โฮกToy Story 2ภาคแรกเท่าไร แต่ก็ได้ดูตั้งแต่ตอนเด็กๆแล้วก็ดูหลายๆรอบเหมือนกันเพราะน้องชอบดู ออแล้วก็....มีสปอยน่ะครับผม ใครกลัวเสียอรรถรสก็รบกวนหลีกหนีเอนทรี่นี้ไปเลยน่ะครับ

สาเหตุที่ทำให้คึกอยากจะไปดูภาค3ไม่มีอะไรมาก เนื่องจากเห็นเวปมะเขื่อเน่า(Rottentomatoes)ให้คะแนนตั้ง99%(ไม่รู้ว่าตอนนี้จะลดไปรึยัง) ก็เลยกะจะไปดูในโรงซะหน่อย โดยชวนน้องสาวกับพ่อไปดูครับ...

ผลก็คือ....เดินออกมาจากโรงน้ำตาปริมๆ ในหัวคิดอย่างเดียวเลยว่า PIXAR สุดยอด!!!!! 

จริงๆพล็อตภาคนี้ก็แทบจะไม่มีอะไรใหม่ๆเลยน่ะครับ ออกแนวสูตรสำเร็จด้วยซ้ำแถมคล้ายๆภาคเดิมคือเหล่าของเล่นต้องหาทางกลับไปหาแอนดี้ แต่สิ่งที่เป็นเสน่ห์ของภาคนี้ นอกจากมุขหลายๆมุขที่ชวนให้นึกถึงภาคก่อนๆ (โดยส่วนตัวผมชอบไอ้มุขกงเล็บ(เครื่องก่อสร้างมีที่คีบ)กับเจ้าเอเลี่ยนตัวเขียวสามตามากเลย มันดูเดจาวูภาคแรกยังไงก็ไม่รู้ ในตอนที่ไปพิซซ่าแพลนเน็ต ฮาบวกด้วยการใส่มุขเข้ามาในจังหวะที่เหมาะสม...(โปเตโต้เฮดในร่างแตงกวา หรือบัสโหมดภาษาเสปนนี้ทำเอาผมหลุดขำเลย... จะว่าไปบัสนี้มันก็ไฮเทคแฮะ ของเล่นนานแล้วมีโหมดเปลี่ยนภาษากับเขาด้วย แถมเปลี่ยนแล้วนิสัยเปลี่ยนอีก ฮา)

อีกเรื่องที่ทำให้ภาคนี้สนุกจนหลายๆคนน้ำตาซึมๆเห็นจะเป็นเรื่องของความประทับใจกับบทบาทในตัวของแอนดี้เนี่ยแหละ เพราะภาคนี้ปูเรื่องมาให้แอนดี้กำลังจะไปเรียนมหาลัย เป็นเด็กโตไปแล้ว ซึ่งก็เหมือนกับเด็กโตคนอื่นๆ ที่ไม่ได้เล่นของเล่นอีกต่อไป ผมยอมรับเลยน่ะครับว่าสองภาคที่ผ่านมา แอนดี้ดูจะไม่มีน้ำหนักเท่าไรเพราะเป็นเหมือนเด็กซนๆธรรมดาที่ชอบเล่นของเล่นเท่านั่นเอง แต่ภาคนี้ตอนเราได้เห็นในตอนที่โตขึ้นกับฉากช่วงสิบนาทีสุดท้ายนี้แหละ ที่ทำให้หลายๆคนน้ำตาตกกัน

จริงๆแล้วผมแอบเข้าใจแอนดี้น่ะครับ เด็กผู้ชายอายุ16-17 ไม่มีใครเล่นของเล่นกันแล้วก็จริง แต่แอนดี้ยังคงเก็บของเล่นเอาไว้ในห้อง แถมยังเห็นได้ชัดตอนที่แม่มาถามว่ายังเก็บของเล่นไว้อยู่อีกเหรอทำไมไม่เอาไปบริจาค แล้วโดนแอนดี้ตอบไปว่าไม่มีใครสนใจของเล่นเก่าที่เหมือนขยะหรอก แต่สุดท้ายก็ไม่คิดจะทิ้งของเล่นแต่ตัดสินใจเอาไปเก็บในห้องใต้หลังคาแทน...(อาการปากไม่ตรงกับใจแบบนี้ผมเชื่อว่าผู้ชายหลายคนก็เป็นครับ อย่างผมเองตอนโดนล้อว่าชอบสา่วคนนี้เหรอ ก็ตอบไปว่า ไม่ได้สนใจซะหน่อยแต่จริงๆแอบสนนั่นแหละ แต่ที่พูดไปแบบนั่นก็เพราะไม่อยากอายนั่นแหละ)

และแน่นอนว่าผมเองก็เหมือนกับหลายๆคน ที่น้ำตาปริมในช่วงสิบนาทีสุดท้าย ที่แอนดี้เอาของเล่นไปให้บอนนี่ ฉากนั่นมันเหมือนเป็นการส่งต่อความรู้สึกอะไรสักอย่างที่ผมก็ไม่อาจจะอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้แฮะ ราวกับว่าแอนดี้รู้ว่าพวกของเล่นมีความสุขที่สุดเมื่อได้ถูกเล่น เลยตัดสินใจยกให้บอนนี่ไปเพราะเชื่อว่าบอนนี่สามารถที่จะเล่นพวกมันได้แทนที่เขา ยิ่งตอนที่อธิบายสรรพคุณแต่ล่ะตัว แล้วเล่นกับพวกของเล่นเป็นครั้งสุดท้ายนี้ ดูไปแล้วเกือบต่อมน้ำตาแตกเลยล่ะครับ (ฮา) ส่วนกรณีวู๊ดดี้นี้ แอนดี้ก็แอบน่ารักน่ะ แบบมาเห็นวู๊ดดี้ในกล่องของที่จะเอาไปห้องใต้หลังคาแล้วตอนบอนนี่จะคว้าไปพี่แกรีบดึงวู๊ดดี้กลับมาเลยนี้... ฉากนั่นทำให้รู้สึกเลยว่า วู๊ดดี้เองก็รักแอนดี้ ส่วนแอนดี้เองก็รักวู๊ดดี้มากเช่นกัน ไอ้ฉากนั่นฉากเดียวเครียลข้อกังขาของผมในสองภาคแรกได้หายไปเป็นปลิดทิ้งเลยครับ(เคยตั้งคำถามว่า แอนดี้รักวู๊ดดี้เพราะเป็นของเล่นโปรดที่เล่นกันมานานเท่านั่นรึเปล่าถ้าโตขึ้นแล้วจะยังชอบวู๊ดดี้อยู่อีกไหม... มาภาคสามพิกซ่าให้คำตอบผมได้เลย) แล้วตอนที่ตัดสินใจให้วู๊ดดี้กับบอนนี่ไป ผมคิดว่าแอนดี้น่าจะรู้สึกได้อีกนั่นแหละ ว่าให้วู๊ดดี้ไปพร้อมกับคนอื่นน่าจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุด (อาจจะหลอน เพราะจำได้ว่า ยัดเข้ากล่องไปมหาลัยแล้ว ทำไมมาโผล่กล่องนี้ เลยตัดสินใจยกให้พร้อมกับตัวอื่นเลย)

พอดูจบทำให้ผมฉุกคิดได้ว่า พวกของเล่นหรือของที่เราชอบสมัยก่อนถ้ามันมีชีวิตจิตใจมันจะรู้สึกยังไงเน่อ อย่างเช่นถ้าคุณโปรดปรานหนังขบวนการแปลงร่างหรือพวกของเล่นบางอย่างมากๆในตอนเด็กๆ แต่พอโตขึ้นแล้วรู้สึกว่าพวกมันเป็นสิ่งไร้สาระ ผมว่าคงน่าจะเศร้าใจไม่น้่อย สิ่งที่เคยให้คุณค่าเคยมีประสบการณ์ดีๆร่วมกันสิ่งที่ได้สนุกร่วมกับมัน พอวันเวลาผ่านไปสิ่งเหล่านั่นกลับกลายเป็นของไร้สาระ คิดว่าพิกซ่าคงตัดสินใจเล่นตรงประเด็นนี้แหละครับ (ดูจบแล้ว ลุกไปเอาของเล่นเก่าๆมาปัดฝุ่นดูเลย ถึงจะอายุใกล้ๆยี่สิบแล้วก็เถอะ) และเพราะตรงส่วนนี้เองที่ทำให้ผมชอบแอนดี้ในภาคนี้มากๆเลย เพราะแม้เขาจะไม่ได้เล่นของเล่น หรืออาจจะรักของเล่นแต่ล่ะตัวไม่เท่ากัน แต่เขาก็ยังคงนึกถึงความทรงจำดีๆที่มีให้กับเหล่าของเล่นเขายังรู้สึกว่าพวกมันเป็นเพื่อน แบบที่รู้สึกตอนเด็กๆ ไม่ได้รู้สึกเหมือนเป็นของเล่นแบบที่คนส่วนใหญ่รู้สึกเมื่อเวลาผ่านไป... พอคิดๆแบบนี้แล้วน้ำตาซึมกว่าเดิมอีกครับ (ฮา)

ล่าสุดได้ยินว่าทำรายได้ไป920ล้านทั่วโลกแล้ว...ก็สมราคาจริงๆครับ สุดยอดเลยพิกซ่า!!! (เชียร์ให้คว้ารางวัลอนิเมชั่นยอดเยี่ยมในปีหน้าให้ได้เลย!)

สืบเนื่องจากมันเป็นอินเมทอีกเรื่องที่ผมรอดูในซีซันนี้ซึ่งสารภาพตามตรงช่วงนี้ผมดูอนิเมทน้อยลงกว่าเมื่อก่อนเยอะมากๆเลย(ฮารุฮิซี2หรือเคออนผมก็ไม่ดูเพราะเบื่อเกียวอานิ)

แว่วเสียงนกนางนวล(ชื่อไทยแบบไม่เป็นทางการ)เป็นเกมโดจินของริวคิชิ07ผู้สร้า่ง"แว่วเสียงเรไร"(ชื่อไทยสยามอะไรหว่าแต่ก็ช่างมันเถอะ)หรือHigurashi no naku koro niเกมโดจินอันโด่งดังจนได้รับการดัดแปลงแบบอนิเมทมีพล็อตการนำเสนอที่ค่อนข้างแปลกใหม่+มีปริศนาที่ต้องทำให้ขบคิดตลอดเมื่อรับชมและถึงกับอึ้งเมื่อถึงครามเฉลย

บอกตามตรงว่าติดตามมาก่อนมันจะประกาศเป็นอนิเมทแล้วแต่ก็แค่ตามอ่านที่คนเล่นแล้วมาแปะๆแล้วบอร์ดเมืองนอกนิดๆหน่อยๆแต่ก็ตรงอึ้งกับการวางโครงเรื่องและปริศนาของภาคนี้ที่เรียกได้ว่าทำเอาแว่วเสียงเรไรที่ดูเหมือนเนื้อหาซับซ้อนปริศนาชวนงงนั่นเป็นเด็กๆไปเลย

เรื่องราวเริ่มขึ้นที่เกาะรคเคนจิม่าเกาะส่วนตัวของตระกูลอุชิโรมิยะที่ซึ่งสมาชิกในตระกูลจะเดินทางมาร่วมญาติกันเป็นประจำทุกๆปีซึ่งในปีนี้อุชิโรมิยะ แบทเลอร์ได้เข้าร่วมในงานรวมญาติอีกครั้งหลังจากไม่ได้มาถึง6ปีแต่แล้วก็เกิดเรื่องขึ้นเมื่อเกิดคดีฆาตกรรมบนเกาะขึ้นโดยดูเหมือนว่าจะเป็นฝีมือของแม่มดแต่ทว่าแบทเลอร์ไม่คิดเช่นนั่นเขาคิดว่าคดีฆาตกรรมครั้งนี้ต้องเป็นฝีมือมนุษย์ซึ่งนำไปสู่ปริศนาที่แสนซับซ้อนเกี่ยวกัีบที่มาของตระกูลอุชิโรมิยะแม่มดทองคำในตำนานเบียทริกซมีอยู่จริงหรือมั้ยละสภาพเกาะที่ถูกปิดตายจากโลกภายนอกรวมไปถึงบทกลอนที่ทำนายถึงความตายและปริศนาของแม่มด ทั้งหมดนี้สามารถหาคำตอบได้ไหนอุมิเนโกะ โน นาคุ โคโร นิ

แม้บทแรกๆมันจะชวนให้คิดว่าเป็นฝีมือมนุษย์แต่บทหลังๆนี้มันสุดยอดจริงๆ.....ตอนนี้ยังคิดหาเหตุผลมาลบล้างยังไม่ได้เลยคงต้องรอบทเฉลยจากริวคิชิ07เช่นเคยล่ะมั้งเนี่ย

ว่าแล้วก็แปะOpสุดอลังการของเรื่องนี้สักหน่อยซิงเกิ้ลเมื่อไรจะออกนะ~