Dianthus Stage [Stage1]

posted on 26 Feb 2011 19:06 by srwkung in Fiction
Stage 1 –เด็กชายและหญิงที่มีความสัมพันธ์ดุจดับเบิลเฮลลิกซ์-

-------------------------------

ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลนั้นมักจะเริ่มจากอะไรสักอย่างที่อยู่ใกล้ๆตัวเป็นส่วนมาก ปกติแล้ว วัยรุ่นจะหาเพื่อนใหม่ได้จากการที่ได้ทำกิจกรรมร่วมกัน ไม่ก็ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งตัดสินใจเข้าหาอีกฝ่าย สำหรับเจเนซิส อาร์คไอร์มและเพื่อนที่เขารู้จักคนแรกจากโรงเรียนนี้เองก็เช่นเดียวกัน ทั้งคู่เริ่มความสัมพันธ์จากสิ่งเล็กๆที่อยู่ใกล้ตัวและจากสิ่งเล็กๆที่ผู้ชายทุกคนล้วนชอบเหมือนกันนั่นก็คือ

“เอ้า เจเนซิส! นี้หนังสือรวมภาพไอดอลชุดว่ายน้ำเล่มใหม่ของเดือนนี้!”เด็กหนุ่มผมสีขาวสั้นหวีเป็นทรงเปิดหน้าผากหรือที่เรียกกันติดปากกันว่าทรงเถิกกลางเดินเข้ามาหาเจเนซิสหลังจากจบชั่วโมงเรียน อันที่จริงทั้งคู่ก็นั่งใกล้ๆกันแท้ๆ แต่การเดินเข้ามาคุยใกล้ๆกันนั้นก็เป็นเรื่องปกติที่ทำกันในหมู่เพื่อนสนิท ดวงตาสีครีมขาวของเขาส่อแววไร้เดียงสา แต่ว่านะ เด็กผู้ชายที่เดินถือหนังสือไอดอลชุดว่ายน้ำเอามาให้เพื่อนได้แบบหน้าตาเฉย มันก็คงไม่ไร้เดียงสาเหมือนแววตาอยู่แล้วล่ะ

“ขอบคุณมากเลยนะ เชนย่า!”เจเนซิสรับของมาด้วยรอยยิ้มใสซื่อเหมือนเด็กๆราวกับได้ของเล่นใหม่ไม่ก็ปาน และก็แน่นอนอีกว่าไอ้คนที่รับหนังสือติดเรตพวกนี้มาด้วยท่าทีปกติไม่ทุกข์ร้อนอะไรแถมยังมีสีหน้าไร้เดียงสานั้น มันก็ลามกไม่แพ้ตัวคนให้นั้นแหละ

“เชนย่า วอเตอร์บริท”คือชื่อของเพื่อนชายเจเนซิสคนนี้ เด็กหนุ่มรูปหล่อ พ่อแม่รวย มีนิสัยรักสนุกสนานและร่าเริงอยู่ทุกเมื่อด้วยคุณสมบัติที่กล่าวมานี้ทำให้หมอนี้เป็นที่นิยมในหมู่สาวๆจำนวนหนึ่งที่บอกว่าจำนวนหนึ่งเห็นคงจะเป็นเพราะ หมอนี้ทั้งเจ้าชู้แล้วก็ลามก สาวๆที่เข้าหาตอนแรกนั้นมีมากมายก็จริงอยู่ แต่พอผ่านไปไม่กี่วันนิสัยลามกก็เริ่มออกลายจนสาวๆต้องบ่ายหน้าหนีกันหมด ที่ยังเป็นที่นิยมอยู่ในขณะนี้เห็นจะมีแต่พวกสาวน้อยช่างฝันไม่กล้ารุกหาเท่านั้นแหละ เพราะสาวสวยเริดเชิดหยิ่งรวมถึงคุณหนูตระกูลผู้ดีทั้งหลายแลนั้น เขาเห็นกำพืดของเชนย่าไปตั้งแต่สามวันแรกที่เปิดเรียนกันหมดแล้ว

“ไม่เป็นไรๆ หนังสือแค่นี้น่ะของเล็กน้อย ไหนๆเราก็มาเป็นเพื่อนกันได้เกือบสองอาทิตย์แล้วนิน่า ถือว่าเป็นสินน้ำใจให้ อะ แต่ว่านะเจเนซิสฉันเองก็อยากได้ของแลกเปลี่ยนอยู่นิดหน่อยน่ะ”เชนย่าเอ่ยออกมาพร้อมกับเดินเข้ามากอดคอเจเนซิสเพื่อนซี้ อืม ดูจากบริบทของประโยคแล้ว นี้มันให้ของเพื่อนเพื่อหวังสิ่งตอบแทนไม่ใช่รึไงทั้งๆที่หวังสิ่งตอบแทนแท้ๆแต่ดันพูดออกมาได้อีกว่าเป็นสินน้ำใจ น่ารังเกียจชะมัดเลยหมอนี้แต่ไอ้คนที่เอาหนังสือลามกมาให้เพื่อนแบบไม่ทุกข์ไม่ร้อนอะไรมันก็น่ารังเกียจอยู่แล้วล่ะนะ

เจเนซิสอมยิ้ม ดูเหมือนเขาจะรู้อยู่แล้วว่าเชนย่าต้องการอะไร ถึงจะรู้จักกันได้แค่สองอาทิตย์ก็ตามแต่สำหรับเจเนซิสแล้ว มันไม่ยากหรอกที่จะเดานิสัยของเพื่อนชายคนนี้ แต่อันที่จริงก็คือมันเป็นลักษณะพิเศษที่เรียกได้ว่าเป็นความสามารถพิเศษของเจเนซิสด้วยล่ะ ความสามารถที่ว่านี้แหละที่เป็นบ่อเกิดทำให้เขาสามารถมั่วข้อสอบเกินครึ่งจนผ่านและสอบเข้ามาที่นี้ได้แต่ไอ้เรื่องความสามารถนั้นจะขอพักไว้ก่อน เพราะประโยคต่อมาที่หลุดออกมาจากปากของเชนย่าก็คือ

“สารภาพมาซะ! นายไปรู้จักกับคุณลาปิสได้ยังไง!?”

“ออ ก็เมื่อเช้าฉันออกจากหอมาโรงเรียนตามปกติ แล้วก็ดันไปเจอแมวบ้ามันแย่งขนมปังมื้อเช้าที่ฉันคาบมานะ ก็เลยวิ่งไล่กันไปจนถึงต้นสนยักษ์ซีคัวญ่า พอมันปีนขึ้นไปฉันก็ปีนขึ้นตาม แต่สุดท้ายก็พลาดตกลงมา มาแหมะตรงหน้าคุณลาปิส รีเรชั่นพอดี”เจเนซิสเล่าตามความเป็นจริง เอ่อมันก็ถูกของเจเนซิสน่ะนะแต่ว่าเจเนซิส นายน่าจะแสดงอาการตกใจไม่ก็สนใจอะไรมากกว่านี้เซ่! ยกตัวอย่างเช่น“นายรู้จักคุณลาปิสด้วยรึ?”หรือไม่ก็อย่างเช่น“นายเห็นฉันในสภาพนั้นด้วยเหรอ เชนย่า?” แต่นี้ไม่มี เล่าเหตุการณ์มาตรงๆเรียบๆและจืดๆ จืดพอๆกับหน้าตาของเจเนซิสที่จืดชนิดที่ว่าเต้าหู้ถั่วเหลืองยังชิดซ้าย ถึงแม้เรื่องนี้มันจะเป็นเรื่องน่าอาย แต่เขาคิดว่าไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องปิดปังมันกับเพื่อนสนิทเลยนิน่า

“ออ ก็สมเป็นนายดีน่า เพื่อนเลิฟ~ นายน่ะโชคดีมากรู้ไหมที่ได้รู้จักกับคุณลาปิสน่ะ~ เธอเป็นสาวสวยอันดับที่เจ็ดของบรรดานักเรียนปีหนึ่งที่เข้าใหม่เลยน่า!”เชนย่ายิ้มร่าขณะบอกข่าวดีอันสุดแสนหน้าตื่นเต้นให้เจเนซิสฟังมันน่าตื่นเต้นตรงไหนฟร่ะเจ้าลามก?

“งั้นรึเนี่ย ว่าแต่ เชนย่าไอ้อันดับที่ว่าน่ะใครเป็นคนจัดเหรอ?”เจเนซิสถาม

“ฉันน่ะสิถามได้! ท่านเชนย่าผู้ปราดเปรื่องเรื่องหญิงสาวยังไงล่ะ!!!”เชนย่าตอบ

“โอ้วสมเป็นเชนย่า สุดยอดเลย!”ว่าแล้วเจเนซิสก็ตบมือให้ เดี้ยว! เดี้ยวก่อนสิ! บทสนทนาแบบนี้นี้มันอะไรกัน!? เจเนซิสนี้นายคิดจะเอ่อออห่อหมกกับไอ้เจ้าลามกนี้อีกนานไหมฟร่ะ! นายเป็นพระเอกน่ะเฟ้ย!อย่างน้อยๆช่วยตอบแบบ“เจ้าบ้า! แกเห็นผู้หญิงเขาเป็นอะไรถึงไปจัดลำดับแบบนั้น?”ไม่ก็“นายนี้น่า มีแต่เรื่องลามกในสมองรึยังไง?”แต่นี้ดันไปตอบแบบเอ่อออไปด้วยกับคนบ้าแถมตบมือชื่นชมเสียอีก แต่ก็น่ะ ลืมไปซะสนิท คนบ้ามักจะอยู่กับคนบ้าได้นิน่า ถ้าดูผ่านๆแล้วล่ะก็ทั้งคู่เป็นเพื่อนที่สนิทกันได้อย่างรวดเร็ว รวดเร็วมาก มากจนน่าดูชมเลยล่ะ แต่นั้นก็แค่การประเมินด้วยสายตาจากการมองผ่านๆ เพราะสาเหตุที่ทั้งคู่สนิทกันก็มาจากเรื่องลามกไม่ก็เรื่องเสื่อมๆทั้งนั้น จะเรียกว่าน่าดูชมหรือน่าโดนถีบ(ออกไปให้พ้นตัว)กันแน่น่า สำหรับคู่บ้าคู่บอสองคนนี้

“ว่าแต่ว่า รู้จักกันแล้วเนี่ยเพื่อนเลิฟ นายได้ขอเบอร์มือถือหรืออีเมล์ติดต่อมาบ้างไหม~ ต้องขออยู่แล้วนิเนอะ ฉันนี้ไม่น่าซื่อบื้อถามเลย นี้ๆเพื่อนเลิฟ เอาเบอร์ไม่ก็อีเมล์ของคุณลาปิสมาแบ่งให้ฉันบ้างสิ~” โดยธรรมชาติแล้ว การจีบหญิงนั้นใกล้เคียงกับคำว่าด้านได้อายอด อยากได้เบอร์ก็ต้องไปขอเอง แต่สำหรับหนุ่มขี้อายอาจจะใช้วิธีการขอเบอร์จากเพื่อนหรือให้เพื่อนไปขอให้ แต่ในกรณีของกระทาชายนามเชนย่านั้น ไม่เรียกว่าเป็นหนุ่มขี้อาย ถ้าจะให้ถูกต้องเรียกว่าเป็น“หนุ่มหน้าด้านด้าน”ซะมากกว่า

มีอย่างที่ไหน สรุปเองเออออห่อหมกว่าเพื่อนมีเบอร์แถมขอกันแบบไม่เกรงใจใครอะไรแบบนี้ มิน่าล่ะ อิมเมจของหมอนี้ในหัวสาวๆถึงติดลบภายในเวลาไม่กี่วัน

“อะ โทษทีน่ะ ไม่ได้ขอมาน่ะ”เจเนซิสบอกปัดไปด้วยสีหน้าซื่อๆอาจจะผสมความโง่เขลาลงไปนิดๆด้วยพร้อมกับยกแขนและประสานมือทั้งสองข้างขึ้นมาพิงหัวจากด้านหลังทำเป็นเสมือนหมอนรองเอาไว้ ซึ่งเป็นท่าสบายๆของเจเนซิส

“ไม่ได้ขอ!!! God My Oh!! เจเนซิส ฉันคิดว่านายซื่อบื้อแบบหาใครเปรียบไม่ได้แล้วน่ะแต่แค่ขอเบอร์สาวน่ารักๆกลับไม่ได้ขอ! นี้ฉันจะบอกให้น่ะ สำหรับบรรดาผู้ชายอย่างพวกเราแล้วล่ะก็ ไอ้ความรู้สึกคำนึงหาสาวๆน่ารักไม่ก็สาวๆอกโตน่ะมันอยู่ในสายเลือดเฟ้ย! ถ้าจะให้พูดให้ถูกล่ะก็ มันไม่ใช่สิ่งที่ต้องใช้สมองคิดและกลั่นกรองแต่มันเป็นปฏิกิริย