เรื่องมันก็เริ่มจาก... สี่ห้าวันก่อน ผมดันไปเห็นรูปคาแรกเตอร์สาวน้อยนางหนึ่ง เธอมีเรือนผมสีม่วงอ่อน นัยน์ตาสีเดียวกับผมแต่สีเข้มกว่า สวมเสื้อเชิ้ตพร้อมกับเนกไทค์สีแดงอ่อน คลุมด้วยแจ็กเก็ตสีโทนเดียวกับสีตา และใส่มินิเสกิร์ตสีออกม่วงเช่นเดียวกันเครื่องแบบอื่นๆ...แวบแรกที่เห็นก็มีตัวหนังสือวิ่งขึ้นในหัวผมทันใด
 
"เท่โคตร!"
 
เหลือบไปเห็นแท็กรูป เพื่อหาที่มาก็เจอชื่อ Dangan-Ronpa พอกดเข้าไปดูก็เจอแม่สาวคนนี้ในหลากหลายลายเส้น และตัวละครอื่นๆที่แนวหลุดโลกพอๆกัน...เลยทำให้อนุมานได้ทันทีเลยว่า
 
"เป็นเกมแหง่มๆ...ในลองหาข้อมูลดูดีกว่า"
 
และแล้ว...ต่อมาไม่นานผมก็รู้ว่าไอ้Dangan-Ronpaที่ว่าเนี่ยคือ เกมบนแพลตฟอร์มPSP ของค่าย Spike ที่ออกไปเมื่อปลายเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว เป็นเกมแนวสืบสวนสอบสวนที่มีเวลาจำกัดเข้ามาเกี่ยว... เมื่อรู้แบบนี้แล้ว ผมเองก็ชักจะสนใจขึ้นมา เลยลองหาข้อมูลเพิ่มดูและก็ไปสะดุดกับเรื่องย่อของเกมเข้า...ตัวหนังสือวิ่งขึ้นในหัวอีกแล้ว
 
"น่าสนโคตร!!"
 
ต่อมาก็เริ่มเอาชื่อเกมไปหาคลิปในยูทูป แล้วก็ถูกใจกับวิธีการเล่นและบรรยากาศอีก แน่นอนว่า ตัวหนังสือก็วิ่งอยู่ในหัวอีกรอบ ซึ่งรอบนี้เขียนไว้ว่า
 
"แนวโคตร!!!"
 
แต่อนิจา ยูทูปมีลงคลิปไม่มาก เลยตัดสินใจไปหาในNiconico....แต่ก็เจอแค่บทแรกบทเดียวเท่านั่น...และด้วยความอยากที่ทนไม่ไหว เลยได้หาเกมมาลองโหลดใส่PSPที่ปัจจุบันกำลังเอียนAce Pได้ที่... และเมื่อได้ลองเล่นเองก็ได้พบว่าเกมนี้มัน....อะ ใช่ๆตัวหนังสือวิ่งอีกแล้ว
 
"สนุกโคตร!!!!"
 
จะเห็นได้ว่า กระบวนการความประทับใจที่มีต่อเกมนี้มันเพิ่มเป็นทวีคูณเข้าไปเรื่อยๆ หลังจากโม้มานานก็มาเข้าเรื่องกันซะทีดีกว่า...
 
เรื่องของเรื่องคือพึ่งเล่นDangan-Ronpaจบไปหมาดๆครับ เนื้อเรื่อง บทสนทนา อะไรต่อมิอะไรยังคงวนเวียนอยู่ในหัวอยู่เลย ปกติผมมักจะยอมแพ้เกมแนวVNที่เป็นญี่ปุ่นล้วนแบบนี้น่ะ อย่างGyukuten Kenjiผมยังยอมแพ้รอภาคEngมันออกเลย เนื่องจากอ่านไม่ค่อยจะออก สำหรับเกมนี้ถ้าไม่มีบทสรุปช่วยล่ะก็ ชาตินี้คงเล่นไม่จบแหง่มๆ (ปกติผมมักลำบากกับการใช้บทสรุปJP...แต่ก็น่ะ ไม่รู้เกมนี้มีของดีอะไร ทำให้ผมถ่างตาใช้ได้จนจบ)
 
เรื่องย่อ
 
เนื้อเรื่องของเกมจะกล่าวถึงหนุ่มสาว15คนที่มีทักษะพิเศษในด้านต่างๆที่แตกต่างกัน ถูกเชิญให้มาเรียนที่โรงเรียน Kibogamine (แปลแบบลาวๆก็คงได้ประมาณ โรงเรียนความหวังอันสูงสุด) ที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงโตเกียว พระเอกของเกม นาเอกิ มาโคโตะ เด็กนักเรียนทั่วไปที่ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ แต่ดันถูกรับเลือกให้เข้ามาเรียนที่นี้ ซึ่งถือว่าความพิเศษของนาเอกิคือมี"ดวง"เป็นอันดับหนึ่ง(ว่าง่ายๆ เป็นเด็กคนเดียวในหมู่เด็กธรรมดาทั่วญี่ปุ่นที่ถูกรับเลือกเข้ามา โดยคาดว่าคงใช้วิธีจับฉลาก เพราะงั้นจะว่าหมอนี้มีดวงเป็นอันดับหนึ่งก็คงไม่แปลกหรอก) แต่เมื่อนาเอกิเข้ามาในโรงเรียนแล้วจู่ๆเจ้าตัวก็สลบลงไป และไปฟื้นอีกทีในห้องเรียนที่มีลักษณะแปลกๆ อาทิเช่นหน้าต่างทุกบานมีแผ่นเหล็กขนาดใหญ่ตอกติดเอาไว้พร้อมด้วยน็อตตัวเบอเร่อ และมีกล้องวงจรปิดติดตั้งเอาไว้อยู่ทุกที่ เมื่อนา่เอกิ พยามหาทางออก เขาก็พบกับคนอีก14คนที่ได้รับเลือกมาเหมือนเขาแต่เป็นสุดยอดในด้านสาขาต่างๆ อาทิเช่น เป็น ไอดอลเอย นักเบสบอลเอย นักเลงเอย โปรแกรมเมอร์เอย ๆลๆ และพบกับประตูทางออกที่ถูกปิดตายราวกับประตูนิรภัยขนาดยักษ์ไม่ก็ปาน ขณะที่ทุกคนกำลัง งงงวยกันอยู่ ก็มีประกาศเรียกให้ไปที่หอประชุมของโรงเรียน...เมื่อไปถึงทุกคนกลับพบหุ่นยนต์หมีตัวสีขาวข้างดำข้างแทนมนุษย์ซะนี่ หมีตัวนั่นแนะนำตัวเองว่ามันชื่อ"โมโนคุมะ"เป็นผู้ดูแลโรงเรียนแห่งนี้ และมีแค่สองทางที่จะออกไปจากโรงเรียนแห่งนี้ได้ หนึ่งคือหาทางหนีออกไป...และสอง"จบการศึกษา"โดยวิธีการจบการศึกษานั่นง่ายมาก แค่ฆ่าใครสักคนที่อยู่ที่นี้ก็พอ และเมื่อมีการฆาตกรรมเกิดขึ้น นักเรียนทุกคนที่เหลือจะถูกเรียกไปรวมตัวกันที่"ศาลชั้นเรียน"เพื่อไต่สวนหาตัวฆาตกรให้เจอ ถ้าสามารถหาฆาตกรและระบุได้ถูกคน ฆาตกรจะถูกลงโทษแต่กลับกัน หากหาตัวฆาตกรไม่ได้ หรือระบุคนผิด ฆาตกรตัวจริงจะได้รับการปล่อยตัวไป(จบการศึกษา)และทุกคนที่เหลือจะถูกลงโทษแทน... ภายใต้สถานการณ์ประหลาดและเรื่องราวน่าฉงนเหล่านี้นั่น นาเอกิจะต้องหาความจริงของโรงเรียนแห่งนี้ควบคู่ไปกับการต่อสู้ถกเถียงในศาลชั้นเรียน และเมื่อเรื่องราวดำเนินไปเรื่อยๆ นาเอกิจะพบว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาเข้าใจล้วนบิดเบือนไปจากความจริง ความจริงนั่นคืออะไร สามารถหาคำตอบได้ในเกม Dangan-Ronpa!
 
System
 
จบเรื่องย่อที่ยังกับโฆษนาเกมก็ต้องขอพูดถึงระบบเกมหน่อยล่ะ ด้านตัวเกมเป็นVN(Visual Novel)ควบคู่ไปกับRPGอย่างอ่อนๆ ฉากเดินในแผนที่เป็นรูปแบบมุมมองบุคคลที่หนึ่ง(ชวนให้นึกถึงซี่รีย์เมกาเท็นจริงๆ) และจะมี"เป้า"เป็นพ็อยต์เตอร์ชี้ตามจุดต่างๆที่ต้องการจะสำรวจ โดยเกมนี้จะมีสามส่วนใหญ่ๆ คือ
 
ช่วงเวลาปกติ

เป็นช่วงที่ต้องเดินสำรวจโรงเรียนและทำอีเวนท์ต่างๆตามเนื้อเรื่องซึ่งในตอนที่สำรวจสิ่งต่างๆนั่น บางจุดจะมีเหรียญซ่อนอยู่ ซึ่งเหรียญเหล่านี้สามารถนำไปใช้หยอดตู้กาชาปองเพื่อแลกเอาของขวัญได้(และใช้ซื้อมูฟวี่หรืออีเวนท์CGที่เคยผ่านตามาแล้วจากเมนูExtraที่ขึ้นมาในตอนที่โหลดเซฟ) และในบางช่วงของช่วงเวลาปกติจะเป็นช่วงเวลาอิสระที่ไม่มีอีเวนท์ ซึ่งสามารถเลือกได้ว่าจะไปพูดคุยทำความสนิทสนมกับตัวละครตัวไหน และมีการให้ของขวัญที่สามารถหาได้จากการหมุนตู้กาชาปอง ซึ่งถ้าให้ของขวัญถูกใจ ก็จะได้สกิลพิเศษจากตัวละครนั่นๆมาใช้ ซึ่งบางอันใช้ในฉากแผนที่แต่บางอันก็สำหรับใช้ในศาลห้องเรียน ซึ่งตัวละครแต่ล่ะตัวจะมีการทำอีเวนท์หรือเหตุการณ์ที่ไม่เหมือนกัน รวมถึงจำนวณครั้งที่ทำด้วย เมื่อทำอีเวนท์กับตัวละครใดๆแล้วโปรไฟล์ของตัวละครตัวนั่นก็จะมีเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งหน้า และบางทีการทำอีเวนท์ก็ไม่ได้สกิลแต่เพิ่มค่าSPสำหรับติดตั้งสกิลในตอนจะเข้าศาลชั้นเรียนแทน
 
ช่วงการสืบสวน
 
ช่วงนี้ก็จะคล้ายคลึงกับช่วงแรกนั่นแหละคือต้องมีการเดินสำรวจและใช้เป้าชี้ตำแหน่งต่างๆเหมือนเดิมแต่ที่พิเศษก็คือเมนู"กระสุนหลักฐาน"จะเปิดใช้งาน โดยเกมจะให้เราหาข้อเท็จจริงหรือหลักฐานต่างๆที่ได้จากการสำรวจ เพื่อเอามาใช้ในศาลชั้นเรียน โดยข้อเท็จจริงและหลักฐานเหล่านั่นจะกลายเป็นกระสุนหลักฐานได้
 
ช่วงศาลชั้นเรียน
 
ช่วงที่เป็นไฮไลท์ของเกมและเป็นช่วงที่สนุกที่สุดของเกมเลยก็ว่าได้โดยในศาลชั้นเรียนจะเป็นเหตุการณ์ถกเถียงของตัวละครต่างๆเพื่อหาตัวคนผิด โดยจะมีมินิเกมต่างๆมาให้เล่นเพื่อใช้ในการสรุปหาตัวคนร้าย โดยมีหัวใจแทนพลังชีวิตและมีรูปดาวแทนเกทพลังพิเศษซึ่งถ้าเล่นมินิเกมพลาด แพ้หรือตอบคำถามผิดล่ะก็หัวใจก็จะลดลง แต่ถ้าตอบถูกหรือตอบได้อย่างรวดเร็วไม่มีผิดหัวใจก็จะเพิ่มขึ้น มินิเกมต่่างๆในเกมก็มีอาทิเช่น
 
"Dispute Non Stop"
 
เป็นมินิเกมที่เป็นหัวใจหลักของเกมเลยก็ว่าได้ และเจอบ่อยที่สุด โดยเกมจะมีเวลาจำกัดมาให้และจะเป็นฉากที่ตัวละครต่างๆออกมาพูดให้ความเห็นหรือถกเถียงหาตัวคนผิด ซึ่งหากสังเกตุในบางประโยคนั่นตัวอักษรจะเป็นสีเหลือง ซึ่งสามารถใช้กระสุนหลักฐานยิงเข้าไปที่ข้่อความเหล่านี้เพื่อแย้งได้ แต่ถ้ายิงไม่ทันก็ไม่ต้องกลัวเพราะเกมจะวนบทสนทนาใหม่ให้ แต่เวลาจะลดลงเรื่อยๆนั่นแหละ ในช่วงแรกของเกมกระสุนจะมีมาให้นัดเดียวซึ่งขอแค่ยิงให้ถูกประโยคก็พอ แต่หลังๆกระสุนจะมีหลายนัดต้องเลือกยิงให้ถูก และบางทีก็ต้องกดสามเหลี่ยมค้างไว้ที่ประโยคหรือคำสีเหลือง เพื่อเปลี่ยนกระสุนที่มีอยู่เป็นข้อความนั่นๆและใช้ยิงใส่ข้อความสีเหลืองอันอื่นอีกที
 
"Flash Anagram"
 
โหมดนี้จะมีคำฮิราคานะในภาษาญี่ปุ่นมาให้ แต่ตัวอักษรบางตัวจะหายไป ซึ่งต้องคอยยิงตัวอักษรที่ถูกต้องเติมลงไปแน่นอนว่าไม่มีบทสรุปหรือความรู้ภาษาญี่ปุ่นมีน้อย ตายสถานเดียว
 
"Machine Gun Talk Battle"
 
โหมดนี้จะมีเส้นครึ่งวงกลมปรากฎออกมาแล้วเลื่อนไปเรื่อยๆและให้เรากดตามจังหวะเหมือนเกมเต้นแต่ที่แปลกก็คือ ตัวละครอีกคนที่ถกเถียงด้วยจะยิงคำพูดออกมา โดยเราก็ต้องกดวงกลมเพื่อล็อคคำพูดเหล่านั่นและกดสามเหลี่ยมให้ตรงจังหวะเพื่อยิงทำลายคำพูด เมื่อทำสำเร็จหัวใจของอีกฝ่ายก็จะลดลง แต่ถ้าเรากดพลาดหรือเรากดไม่ทันหัวใจเราก็จะเป็นฝ่ายลดแทนและเมื่อหัวใจของฝ่ายตรงข้ามลดจนหมดล่ะก็ ประโยคหรือคำพูดสีเหลืองอันใหญ่ยักษ์ก็จะปรากฎออกมา เมื่อถึงตอนนั่นคงรู้งานกันดีทุกคน เล็งเป้าและกดสามเหลี่ยมยิงกระสุนแห่งความจริงเข้าไปทำลายข้อเท็จจริงปลอมๆนั่นซะ (โหมดนี้ถ้าให้เปรียบจริงๆคงออกแนวด่ากันไม่หยุดเอาความเร็วเข้าว่าใครปากไวกว่ามีโอกาศชนะ)
 
"Climax inference"
 
มินิเกมที่โผล่ออกมาตอนจะสรุปคดี โดยจะมีภาพเหตุการณ์มาให้ โดยภาพเหล่านั่นจะเรียงต่อกันเหมือนหน้าหนังสือการ์ตูนคอมมิคของอเมริกา แต่บางช่องจะหายไป โดยหน้าที่ของเราก็คือเอาชิ้นส่วนที่เกมให้มาเรียงใส่หน้าเหล่้านั่น เพื่อเติมเต็มเหตุการณ์ให้สมบูรณ์ แต่ถ้าเกิดว่าเรียงผิดขึ้นมาล่ะก็ ในตอนที่นาเอกิเล่าเรื่องนั่น จะเกิดการสะดุดขึ้นและจะเสียคะแนน และเราก็ต้องมานั่งเรียงเหตุการณ์ใหม่และจะเริ่มจากหน้าที่เราเรียงพลาดนั่นเลย
 
ในศาลชั้นเรียนนอกจากมินิเกมแล้วก็จะมีการตอบคำถามแล้วก็การพรีเซนท์หลักฐาน(กระสุนหลักฐานนั่นแหละ)เหมือนเกมแนวสอบสวนเกมอื่นๆด้วย
 
ความประทับใจ
 
สิ่งที่ชอบสุดๆของDangan-Ronpaเห็นจะเป็นระบบเกมที่แปลกแหวกแนวนั่นแหละ เปรียบคำพูดคำค้านเป็นกระสุนนี้เท่มากๆ บอกตามตรงว่าต่อให้ตัวละครแนว เนื้อเรื่องดี เพลงยอด แต่เป็นถามตอบตามปกติผมก็อาจจะเล่นไม่ไหวแล้วก็ส่ายหน้าไปแล้วก็ได้ แต่จะบอกว่าเพราะเป็นความแนวเท่านั่นที่ทำให้ทนเล่นก็ไม่ถูก เพราะส่วนอื่นๆของเกมก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ากันเลย
สำหรับเนื้อเรื่องของเกมมันก็ออกแนวเกินจริงตามไสตล์ญี่ปุ่นบ้าง แต่ผมประทับใจคดีต่างๆในเกมเสียมากกว่า เพราะตัวเนื้อเรื่องจะเกินจริงแบบไหน ในส่วนคดีนั่นกลับทำมาแบบธรรมดาๆไม่หวือหวา ล่อหลอกคนเล่นพอประมาณแต่ที่สำคัญ มันสมเหตุสมผลสำหรับเรื่องของการสืบสวนสุดๆ คือไม่ได้มีทริคเว่อร์ๆ วิธีพิสดารอะไรมากมาย แต่เพราะแบบนั่นคนเล่นเลยคิดและก็เดาไปด้วยได้ซึ่งถ้าเป็นเกมสืบสวนมันก็คงจะเป็นแบบนั่นอยู่แล้วแต่ถ้าเทียบกับเกมซี่รีย์ทนายอย่างPhoenix Wrightผมมองว่าเคสบางเคสมันเกินจริงแล้วก็ไม่ค่อยสมเหตุสมผลเท่าไร(ถึงพอจะนึกตามและเอามาพิสูจน์ได้ก็เถอะ) เนื้อเรื่องในเกมผมว่าเขียนดีครับ ขนาดผมอ่านออกบ้างไม่ออกบ้าง เข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้างยังพอจับเค้าเลาๆได้ บอสใหญ่ของเกมเองก็เดาไม่ยากหรอกว่าต้องเป็นคนนี้แต่ถึงจะเดาถูกผมกลับถูกหลอกอีกชั้นซะนี้...แถมบอสใหญ่เองก็จิตได้ใจมากๆ ออ เนื้อเรื่องมีแอบแกล้งกับหักมุมกันหลายตลบด้วยน่ะ บางเรื่องก็เดาได้แต่บางเรื่องก็เล่นเอาเหวอไปเหมือนกัน
พูดเรื่องจิตแล้ว อยากจะบอกว่าเกมนี้มันแอบน่ากลัวแบบแปลกๆ หรือน่ากลัวแบบแนวๆนั่นเอง อาทิเช่นเลือดในเกมนี้นั่นไม่ใช่สีแดงแต่เป็นสีออกชมพูม่วงๆ เข้าใจว่าต้องการจะลดเรตเกม แต่พอมาเจอฉากลงโทษตัวคนร้ายของโมโนคุมะแล้ว รู้สึกได้เลยว่าจิตได้ใจเหมือนกัน ทั้งสถานที่ในเกมก็ด้วย ตัวโรงเรียนเองก็มีไฟสีต่างๆสลัวๆประกอบฉาก แถมหน้าต่างที่มีเหล็กกั้นแบบนั่นก็ด้วย มันชวนขนหัวลุกทั้งๆที่ไม่มีอะไรเลยจริงๆ
เรื่องต่อไปที่ชอบก็คือ...ตัวละครนั่นเอง ตัวละครเกมนี้มีเอกลักษณ์จนเข้าขั้นแปลก แถมมีครบหมดทุกประเภท หนุ่มโชตะ สาวเท่ หนุ่มแว่น สาวนักกีฬา โกธิค โอตาคุ กุ่ย นักเลง บ้าทหาร มีแม้กระทั่งพลังเคและสาวดุ้น(เป็นใครนั่นไปเล่นกันเอาเอง)
ตัวละครที่ชอบคนแรกเห็นจะหนีไม่พ้น"คิริกิริ เคียวโกะ"เธอคือสาวหัวม่วงตัวเอกของเกมที่เป็นคีย์ของเรื่องราวและเฟิร์สอิมเพรชชั่นของผมกับเกมนี้ ตัวคิริกิรินั่นเยือกเย็นนิ่งเงียบ เรียกได้ว่าเป็นสาวเท่เลยก็ว่าได้(ซึ่งก็ตรงกันข้ามกับนาเอกิพระเอกของเกมที่ดูเด็กออกโชตะหน่อยๆ ดูไม่ค่อยน่าเชื่อถือหรือมีความมั่นใจเท่าไร)แต่ลึกๆแล้วคิริกิริก็มีความอ่อนแออยู่ในตัวเองตรงกันข้ามกับนาเอกิที่ดูพึ่งไม่ได้แต่กลับเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวัง น่าเสียดายทั้งเกมนี้สองคนนี้ไม่ค่อยมีบทโรมานซ์จริงๆจังๆกันเท่าไร (ตอนแรกผมสงสัยว่าทำไมชอบเห็นแฟนอาร์ตวาดคิริกิริแต่งชุดเจ้าบ่าวส่วนนาเอกิแต่งชุดเจ้าสาว แต่พอเล่นแล้วเก็ตในทันใด"
ตัวละครคนต่อไปก็คงเป็น"นาเอกิ มาโคโตะ"พระเอกของเกม เสื่อซุ่มของแท้ เป็นเด็กหนุ่มที่เป็นเลิศด้านความโชคดี?(แต่จริงๆผมว่าโชคร้ายมากกว่า) ตัวนาเอกิถึงจะดูไม่แมนเท่าไรแต่พอเถียงค้านในศาลชั้นเรียนแล้วผมว่าหมอนี้มันเท่จริงๆแฮะ อย่างน้อยๆก็ไม่ได้หลบหลังนางเอกต่อสู้ค้นหาความจริงไปพร้อมๆกันนั่นแหละ
คนสุดท้ายทที่ผมชื่นชอบเป็นพิเศษคือ เซเรส หรือเซเรสเทีย รูนเดนเบิร์คสาวน้อยโกธิคผู้มีบรรยากาศลึกลับ ผู้เป็นเลิศด้านการพนัน เซเรสเป็นสาวอารมณ์ดีผิดกับท่าทางแต่พอโหมดหลอนก็หลอนได้ที่ แต่ไม่สำคัญเท่าเจ๊แกตอนโหมดโหดต่างหากเรียกได้ว่าผมอึ้งไปเลยตอนเห็นครั้งแรก แถมเจ๊เซเรสยังเปี่ยมไปด้วยมารยาหญิงที่ร้ายกาจอีกด้วยนะ
เรื่องเพลงประกอบนั่น ผมค่อนข้างเฉยๆเพลงในเรื่องค่อนข้างเพราะเข้ากับตัวเกมแต่รู้สึกจะไม่โดดเด่นสักเพลง มีที่ผมจำทำนองติดหูก็ช่วงฉากในศาลชั้นเรียน เพลงประจำตัวของโมโนคุมะ Op Ed และเพลงนิวเวอร์ออเดอร์ที่เล่นช่วงสำคัญๆเท่านั่นเอง
ที่ต้องโฮกอีกอย่างของเกมนี้คือ นักพากย์! เรียกได้ว่าขนมาทั้งดังแล้วก็ไม่ดังยกตัวอย่างเช่นคิริกิรินั่นได้โยโกะ ฮิคาซะมาพากย์ให้(มิโอะ,K-on)คิริกิริเลยเป็นสาวเท่เต็มเนี่ยวหรืออย่างนาเอกิเองก็ได้ เมกุมิ โอกาตะเจ้าของเสียงลูกที่พ่อไม่รักอย่างฮิคาริ ชินจิมาพากย์ ซึ่งก็สมกับคาแรกเตอร์ดีชะมัด(เกมนี้มีตัวละครที่อิชิดะ อากิระคนพากย์คาโอรุมาพาย์ด้วยนะครับ ถึงบทจะไม่วายกับนาเอกิก็เถอะแต่แฟนอาร์ตหลายคู่จัดไปแล้ว ฮา) นอกจากนั่นยังมีเจ๊เมงุมิ โทโยงุจิ(ยูคาริ,Persona 3),โคสุเกะ โทริอุมิ(ยูริ,Tales Of Vesperia),ยามางุจิ คับเปย์(ชินอิจิ,จอมโจรคิด,Conan),คาซูยะ นาคาอิ(โซโล,Onepiece),มิยูกิ ซาวาชิโระ(เชลตี้,Durarara),จิวะ ไซโต้(ฮิตากิ,Bakemonogatari),ซากุราอิ ทาคาฮิโระ(สุซาคุ,Code Geass) ๆลๆ พูดถึงนักพากย์แล้วจะขาดคนสำคัญที่ขนาดเวปหลักยังเอามาใช้โปรโมตไม่ได้ ซึ่งก็คือคนพากย์เสียงโมโนคุมะนั่นได้คุณโนบุโยะ โอยามะมาพากย์ให้ ซึ่งแฟนเซย์ยูในไทยคงจะไม่คุ้นชื่อเท่าไรนักแต่คนญี่ปุ่นรับรองร้อง"ออ"ออกมาแน่ๆ เธอคือคนให้เสียงตัวละครอมตะอย่าง"โดราเอม่อน"ของญี่ปุ่นนั่นเอง ถึงจะวางมือจากบทนี้ไปแล้วก็เถอะในปัจจุบัน แต่การที่โมโนคุมะมีโดราเอม่อนมาให้เสียงจิตๆแบบนี้แล้วคนญี่ปุ่นคงสยองพิลึกแหง่มๆ(ฮา)
ทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมาคือรายละเอียดของเกมDangan-Ronpa ซึ่งผมแทบไม่เห็นบอร์ดไหนคุยเรื่องเกมนี้กันเลยแฮะ(แต่เกมแนวสืบสวนสอบสวน ถ้าไม่มีเวอร์ชั่นENGเกมนั่นฮิตในหมู่บ้านเรายากครับ เพราะเกมพวกนี้พึ่งการอ่านและการตีความถ้าอ่านไม่ออกก็จบกัน)
 
สุดท้ายแล้ว อยากจะพูดถึงข้อคิดจากเกมนี้แฮะ เกมนี้ทั้งเรื่องจะใช้คอนเซ็ป Hope Vs Despair หรือความหวังปะทะกับความสิ้นหวัง ถึงเราจะเจอเรื่องร้ายๆแบบไหนมา ก็จงอย่าล่ะมั้งความหวังไป แม้ว่าหนทางจะมืดมิดขนาดไหนความหวังก็ยังมีอยู่ หากเราหาไม่เจอก็จงสร้างมันขึ้นมาซะ นี้อาจจะเป็นแค่ปรัชญาธรรมดาๆที่ใครๆก็สื่ออกมาได้แต่สำหรับเกมนี้แล้วผมมองว่าความลุ่มลึกในการนำเสนอทำให้เราชั่งใจว่าควรจะสิ้นหวัง ท้อแท้หรือจะหาความหวังได้จริงๆรึเปล่านั่น กลับมาชกหน้าสวนในตอนท้ายได้อย่างสวยงามเลยว่าท้ายสุดแล้วหากไร้ซึ่งความหวังก็ไม่อาจจะเดินหน้าต่อไปได้ ไม่ว่าอย่างไรก็จงอย่าละมิ้งความหวัง!
 
สรุป Dangan-Ronpa ชาบูชาบู!

Comment

Comment:

Tweet

โอ้ว ไปเจอคลิปพวกบทลงโทามาน่ะค่ะเลยอยากรู้เนื้อหา ขอบคุณมากๆนะคะที่นำมาพรีวิวให้ได้รับชม

#4 By kapoopy on 2012-03-20 15:31

อยากได้บทสรุปครับ

เขียนให้หน่อยสิ surprised smile

#3 By Saint (124.120.254.230) on 2011-05-20 10:03

เล่นจบแล้วงับ ให้เขียนบทสรุปให้มะ -0-

#2 By N@NODESU (110.171.13.21) on 2011-04-10 17:40

เขียนได้น่าอ่าน จนอยากเล่นมากเลยครับ

#1 By วินนะ (110.168.92.4) on 2011-02-16 08:50