ออกตัวแบบเช่นเดิมทุกครั้งว่า ผมไม่ค่อยได้โฮกToy Story 2ภาคแรกเท่าไร แต่ก็ได้ดูตั้งแต่ตอนเด็กๆแล้วก็ดูหลายๆรอบเหมือนกันเพราะน้องชอบดู ออแล้วก็....มีสปอยน่ะครับผม ใครกลัวเสียอรรถรสก็รบกวนหลีกหนีเอนทรี่นี้ไปเลยน่ะครับ

สาเหตุที่ทำให้คึกอยากจะไปดูภาค3ไม่มีอะไรมาก เนื่องจากเห็นเวปมะเขื่อเน่า(Rottentomatoes)ให้คะแนนตั้ง99%(ไม่รู้ว่าตอนนี้จะลดไปรึยัง) ก็เลยกะจะไปดูในโรงซะหน่อย โดยชวนน้องสาวกับพ่อไปดูครับ...

ผลก็คือ....เดินออกมาจากโรงน้ำตาปริมๆ ในหัวคิดอย่างเดียวเลยว่า PIXAR สุดยอด!!!!! 

จริงๆพล็อตภาคนี้ก็แทบจะไม่มีอะไรใหม่ๆเลยน่ะครับ ออกแนวสูตรสำเร็จด้วยซ้ำแถมคล้ายๆภาคเดิมคือเหล่าของเล่นต้องหาทางกลับไปหาแอนดี้ แต่สิ่งที่เป็นเสน่ห์ของภาคนี้ นอกจากมุขหลายๆมุขที่ชวนให้นึกถึงภาคก่อนๆ (โดยส่วนตัวผมชอบไอ้มุขกงเล็บ(เครื่องก่อสร้างมีที่คีบ)กับเจ้าเอเลี่ยนตัวเขียวสามตามากเลย มันดูเดจาวูภาคแรกยังไงก็ไม่รู้ ในตอนที่ไปพิซซ่าแพลนเน็ต ฮาบวกด้วยการใส่มุขเข้ามาในจังหวะที่เหมาะสม...(โปเตโต้เฮดในร่างแตงกวา หรือบัสโหมดภาษาเสปนนี้ทำเอาผมหลุดขำเลย... จะว่าไปบัสนี้มันก็ไฮเทคแฮะ ของเล่นนานแล้วมีโหมดเปลี่ยนภาษากับเขาด้วย แถมเปลี่ยนแล้วนิสัยเปลี่ยนอีก ฮา)

อีกเรื่องที่ทำให้ภาคนี้สนุกจนหลายๆคนน้ำตาซึมๆเห็นจะเป็นเรื่องของความประทับใจกับบทบาทในตัวของแอนดี้เนี่ยแหละ เพราะภาคนี้ปูเรื่องมาให้แอนดี้กำลังจะไปเรียนมหาลัย เป็นเด็กโตไปแล้ว ซึ่งก็เหมือนกับเด็กโตคนอื่นๆ ที่ไม่ได้เล่นของเล่นอีกต่อไป ผมยอมรับเลยน่ะครับว่าสองภาคที่ผ่านมา แอนดี้ดูจะไม่มีน้ำหนักเท่าไรเพราะเป็นเหมือนเด็กซนๆธรรมดาที่ชอบเล่นของเล่นเท่านั่นเอง แต่ภาคนี้ตอนเราได้เห็นในตอนที่โตขึ้นกับฉากช่วงสิบนาทีสุดท้ายนี้แหละ ที่ทำให้หลายๆคนน้ำตาตกกัน

จริงๆแล้วผมแอบเข้าใจแอนดี้น่ะครับ เด็กผู้ชายอายุ16-17 ไม่มีใครเล่นของเล่นกันแล้วก็จริง แต่แอนดี้ยังคงเก็บของเล่นเอาไว้ในห้อง แถมยังเห็นได้ชัดตอนที่แม่มาถามว่ายังเก็บของเล่นไว้อยู่อีกเหรอทำไมไม่เอาไปบริจาค แล้วโดนแอนดี้ตอบไปว่าไม่มีใครสนใจของเล่นเก่าที่เหมือนขยะหรอก แต่สุดท้ายก็ไม่คิดจะทิ้งของเล่นแต่ตัดสินใจเอาไปเก็บในห้องใต้หลังคาแทน...(อาการปากไม่ตรงกับใจแบบนี้ผมเชื่อว่าผู้ชายหลายคนก็เป็นครับ อย่างผมเองตอนโดนล้อว่าชอบสา่วคนนี้เหรอ ก็ตอบไปว่า ไม่ได้สนใจซะหน่อยแต่จริงๆแอบสนนั่นแหละ แต่ที่พูดไปแบบนั่นก็เพราะไม่อยากอายนั่นแหละ)

และแน่นอนว่าผมเองก็เหมือนกับหลายๆคน ที่น้ำตาปริมในช่วงสิบนาทีสุดท้าย ที่แอนดี้เอาของเล่นไปให้บอนนี่ ฉากนั่นมันเหมือนเป็นการส่งต่อความรู้สึกอะไรสักอย่างที่ผมก็ไม่อาจจะอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้แฮะ ราวกับว่าแอนดี้รู้ว่าพวกของเล่นมีความสุขที่สุดเมื่อได้ถูกเล่น เลยตัดสินใจยกให้บอนนี่ไปเพราะเชื่อว่าบอนนี่สามารถที่จะเล่นพวกมันได้แทนที่เขา ยิ่งตอนที่อธิบายสรรพคุณแต่ล่ะตัว แล้วเล่นกับพวกของเล่นเป็นครั้งสุดท้ายนี้ ดูไปแล้วเกือบต่อมน้ำตาแตกเลยล่ะครับ (ฮา) ส่วนกรณีวู๊ดดี้นี้ แอนดี้ก็แอบน่ารักน่ะ แบบมาเห็นวู๊ดดี้ในกล่องของที่จะเอาไปห้องใต้หลังคาแล้วตอนบอนนี่จะคว้าไปพี่แกรีบดึงวู๊ดดี้กลับมาเลยนี้... ฉากนั่นทำให้รู้สึกเลยว่า วู๊ดดี้เองก็รักแอนดี้ ส่วนแอนดี้เองก็รักวู๊ดดี้มากเช่นกัน ไอ้ฉากนั่นฉากเดียวเครียลข้อกังขาของผมในสองภาคแรกได้หายไปเป็นปลิดทิ้งเลยครับ(เคยตั้งคำถามว่า แอนดี้รักวู๊ดดี้เพราะเป็นของเล่นโปรดที่เล่นกันมานานเท่านั่นรึเปล่าถ้าโตขึ้นแล้วจะยังชอบวู๊ดดี้อยู่อีกไหม... มาภาคสามพิกซ่าให้คำตอบผมได้เลย) แล้วตอนที่ตัดสินใจให้วู๊ดดี้กับบอนนี่ไป ผมคิดว่าแอนดี้น่าจะรู้สึกได้อีกนั่นแหละ ว่าให้วู๊ดดี้ไปพร้อมกับคนอื่นน่าจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุด (อาจจะหลอน เพราะจำได้ว่า ยัดเข้ากล่องไปมหาลัยแล้ว ทำไมมาโผล่กล่องนี้ เลยตัดสินใจยกให้พร้อมกับตัวอื่นเลย)

พอดูจบทำให้ผมฉุกคิดได้ว่า พวกของเล่นหรือของที่เราชอบสมัยก่อนถ้ามันมีชีวิตจิตใจมันจะรู้สึกยังไงเน่อ อย่างเช่นถ้าคุณโปรดปรานหนังขบวนการแปลงร่างหรือพวกของเล่นบางอย่างมากๆในตอนเด็กๆ แต่พอโตขึ้นแล้วรู้สึกว่าพวกมันเป็นสิ่งไร้สาระ ผมว่าคงน่าจะเศร้าใจไม่น้่อย สิ่งที่เคยให้คุณค่าเคยมีประสบการณ์ดีๆร่วมกันสิ่งที่ได้สนุกร่วมกับมัน พอวันเวลาผ่านไปสิ่งเหล่านั่นกลับกลายเป็นของไร้สาระ คิดว่าพิกซ่าคงตัดสินใจเล่นตรงประเด็นนี้แหละครับ (ดูจบแล้ว ลุกไปเอาของเล่นเก่าๆมาปัดฝุ่นดูเลย ถึงจะอายุใกล้ๆยี่สิบแล้วก็เถอะ) และเพราะตรงส่วนนี้เองที่ทำให้ผมชอบแอนดี้ในภาคนี้มากๆเลย เพราะแม้เขาจะไม่ได้เล่นของเล่น หรืออาจจะรักของเล่นแต่ล่ะตัวไม่เท่ากัน แต่เขาก็ยังคงนึกถึงความทรงจำดีๆที่มีให้กับเหล่าของเล่นเขายังรู้สึกว่าพวกมันเป็นเพื่อน แบบที่รู้สึกตอนเด็กๆ ไม่ได้รู้สึกเหมือนเป็นของเล่นแบบที่คนส่วนใหญ่รู้สึกเมื่อเวลาผ่านไป... พอคิดๆแบบนี้แล้วน้ำตาซึมกว่าเดิมอีกครับ (ฮา)

ล่าสุดได้ยินว่าทำรายได้ไป920ล้านทั่วโลกแล้ว...ก็สมราคาจริงๆครับ สุดยอดเลยพิกซ่า!!! (เชียร์ให้คว้ารางวัลอนิเมชั่นยอดเยี่ยมในปีหน้าให้ได้เลย!)

Comment

Comment:

Tweet

อยากดูจังเลย
ยิ่งสปอยยิ่งอยากดู

#1 By JinJinz on 2010-08-14 23:32