หลังจากดองบล็อกมาจะเกือบ1ปี....จบSrwก็ไม่ได้เขียนมาอัพ DS2กับดันรอนทำอนิเมทก็ไม่ได้มาเขียน ๆลๆ วันนี้ไม่รู้นึกครึ้มอกครึ่มใจอะไรอยากกลับมาเขียนบล็อก แน่นอนว่าก็ไม่ใช่เรื่องอื่นใด ดันรอน(Danganronpa)นั้นเอง!(เอนทรี่ก่อนดองก็เป็นดันรอนกลับมาก็เป็นดันรอน)
 
จากบทสัมภาษณ์ในงานดันรอนเมื่อเดือนกันยาของปีที่แล้วที่อัพลงฟามิซึ พิธีกรได้ถามคุณโคดากะ(คนเขียนสคิปของซี่รีย์นี้)ไปว่า ถ้าดันกันรอนปะจะได้เป็นอนิเมทจะรู้สึกยังไง ซึ่งเจ้าตัวก็บอกว่า คงดีใจแต่คิดว่าฝ่ายคนเขียนบทกับผู้กำกับคงจะทำงานยากสักหน่อย เพราะดันรอนเป็นเกมที่เอามาดัดแปลงเป็นอนิเมทได้ค่อนข้างยาก
 
(สาเหตุที่พูดแบบนั้นผมคิดว่ามาจากการที่จุดขายจริงๆของดันรอนอยู่ที่ระบบเกมนี้แหละ และมันเป็นสิ่งที่ไม่สามารถนำเข้าไปใส่ในตัวอนิเมทได้)
 
แต่อย่างไรก็ตามผู้กำกับSeiji Kishi คนเขียนบทMakoto Uezuแล้วก็สตูดิโอLerche ได้นำดันรอนมาทำเป็นอนิเมทและได้ถูกนำมาฉายในซีซันนี้(ฉายตอนแรกไปเรียบร้อยแล้ว) จากความรู้สึกของแฟนดันรอนอย่างผมที่ดูต่อแรกแล้วค่อนข้างชอบครับ เพราะนอกจากจะทำอิงเกมแบบช็อตต่อช็อตให้ได้อมยิ้มแล้วยังรู้สึกว่าการนำเสนอก็อยู่ในระดับที่โอเคนะ แต่มันก็ยังดูราบเรียบอยู่(เพราะเอาจริงๆเสน่ห์ของดันรอนมันจะเริ่มต้นขึ้นหลังจากจบบทแรกนั้นแหละ)
 
ผมคิดว่าดันกันรอนปะเป็นเกมที่ดีครับ ดีมากๆเลยด้วย ส่วนอนิเมทจะดีหรือไม่ดีนั้นยังสรุปไม่ได้ แต่การทำตามเกมขนาดนี้ก็น่าจะรับประกันได้ระดับหนึ่งละว่า ไม่น่าจะด้นเนื้อเรื่องเองแบบคราวDS2
 
เอาละ ไหนๆอนิเมทก็ฉายแล้ว ผมก็เลยคิดว่าจะมาเขียนเสน่ห์ของซี่รีย์นี้ที่ตัวผมชอบลงบล็อกซะหน่อยดีกว่า แต่ความเห็นของผมจะอิงจากตัวเกมเป็นหลักนะครับ และที่จะเขียนก็คือความเห็นในส่วนของเนื้อเรื่องอย่างเดียวไม่นับส่วนเกมเพลย์
 
ว่าจริงๆแล้วดันกันรอนปะเป็นเกมที่ถูกออกแบบมาให้เน้นเกมเพลย์มากกว่าเนื้อเรื่อง(แต่ก็ปฎิเสธไม่ได้ว่าเนื้อเรื่องไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่ากันเลย) เพราะเดิมทีถูกพัฒนาขึ้นโดยแนวคิด เปลี่ยนคำเถียงค้านเป็นแนวกระสุนแล้วยิง แต่จุดที่เอามาเติมเต็มส่วนนี้คือคือแนวเรื่องที่เรียกว่า"แบตเทิลโรยัล"
 
ไอ้การจับตัวละครมานั่งฆ่ากันเองมันไม่ใช่อะไรที่ใหม่แล้วออกจะเกร่อไปด้วยซ้ำในยุคนี้ แต่ดันรอนก็ยังสร้างเอกลักษณ์ของตัวเองออกมาได้
 
1.โมโนคุมะไม่ได้บังคับให้ฆ่า
 
- จุดหนึ่งที่เป็นหัวใจสำคัญเลยคือ โมโนคุมะไม่ได้บังคับให้เหล่าสุดยอดนักเรียนนั้นต้องมาฆ่ากัน มันแค่เสนอทางเลือกว่าถ้าอยากออกก็ต้องฆ่า และคอยไซโคให้ฆ่ากัน...ถึงจะดูเหมือนบังคับแต่มันไม่ได้บังคับ มันก็แค่"อยาก"เฉยๆ ไม่มีอำนาจอะไรมากไปกว่าการพูดกรอกหูทั้งวันทั้งคืนหรือหาเงื่อนไขอะไรมาตั้งเพื่อให้คนยอมทำตาม คนที่ตัดสินใจลั่นไกก็คือบรรดานักเรียนเองต่างหาก
 
รู้ทั้งรู้ว่านั้นเป็นมือของปีศาจ ก็ยังจะยื่นเข้าไปจับ...รู้ทั้งรู้ว่ามันจะเป็นสิ่งที่แขวนคอตัวเองแต่ก็ยังเลือกที่จะทำ
 
เพราะอะไร? เพราะนั่นคือความหวังหนึ่งเดียวที่จะหนีรอดยังงั้นเหรอ? ควาหวังที่เกิดจากการดับความหวังของคนอื่น? หากทำไม่สำเร็จละ? ความหวังเหล่านั้นก็มลายกลายเป็นความสิ้นหวังไปทันทีเลยนะ รู้ทั้งรู้แต่ก็ยังเลือกที่จะทำ รู้ทั้งรู้แต่ก็ไม่สามารถหยุดตัวเองได้..
 
ผมคิดว่านี้เป็นเสน่ห์ของดันกันรอนปะเลยละ เพราะทุกคน"เลือก"ที่จะฆ่าเองไม่ได้ถูกบังคับให้ฆ่า น้ำหนักของความผิดเลยเพิ่มพูนมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว และเป็นการแสดง"ความสิ้นหวัง"ในตัวของมนุษย์ให้ออกมาในแบบที่ตัวโมโนคุมะต้องการด้วย
 
2.เหล่าผู้ร่วมเกมนั้นคือสุดยอด
 
แน่นอนครับ ว่านักเรียนของโรงเรียนคิโบกามิเนะล้วนแต่เป็นสุดยอดในด้านต่างๆ พวกเขาล้วนเก่งในเรื่องใดไม่ก็เรื่องหนึ่ง สำหรับคนทั่วไปแล้วมันก็น่าชื่นชม น่ายกย่อง...แต่โมโนคุมะก็เอาสิ่งเหล่านั้นมาย้ำยีทำลายทิ้งซะ แสดงให้ทุกคนได้เห็นว่าไอ้พวกคนเก่งมันก็ไม่ได้ดีเด่ไปกว่าใครหรอก ยังมีความโลภ ยังคิดที่จะเอาช่วงชิงชีวิตคนอื่น ตัวแทนที่เป็นเหมือนความหวัง เมื่อถูกย้อมเต็มไปด้วยสีดำที่เรียกว่าความสิ้นหวังแล้ว ยิ่งทำให้บรรดาคนปกติทั่วไป(อาทิเช่นคนเล่น)เริ่มรู้สึกสิ้นหวังเข้าไปใหญ่ นี้และ...คือสิ่งที่โมโนคุมะต้องการละ
 
3.การโหวตตัดสิน = พวกแกเป็นคนส่งลงนรก
 
รู้ทั้งรู้ว่าคนที่โหวตจะต้องตาย...แต่ถ้าไม่โหวตเราก็ตาย มันก็เหมือนกับการตั้งกฎขึ้นมาถ้าใครล้ำเส้น(ฆ่าคนอื่น)ก็ไม่แปลกที่จะต้องตาย แต่เอาจริงๆแล้ว...จะมีใครบ้างที่ใจแข็งพอจะยอมรับกฎนี้ได้อย่างบริสุทธิ์ใจ "ฉันทำถูกแล้วหมอนั่นมันเป็นคนฆ่า ก็ต้องตายสิ"พูดแบบนี้แล้วทำหน้าชิวๆไม่มีอะไรเกิดขึ้น...คำตอบก็คือไม่มีหรอก... เพราะอย่างน้อยๆแม้จะใจแข็งยังไงก็ต้องมีรอยร้าวกันบ้าง ยิ่งคนที่คิดมากยิ่งรู้่สึกผิดเป็นเงาตามตัว...ก็นะ... มนุษย์เราเอง เกลียดใครก็อยากให้คนนั้นตายแต่ก็ไม่กล้าที่จะลงมือเอง โมโนคุมะก็แค่ตอกย้ำความจริงข้อนี้ เมื่อพวกแกต้องมาลงมือเองจะทนรับไหวไหม?
 
ถ้าไม่โหวตก็จะถูกฆ่า โหวตไปไอ้คนที่โดนโหวตก็จะโดนฆ่า มันคือการบังคับฆ่าทางอ้อมใช่ไหม? คำตอบก็คือใช่ และในบางครั้งคนเราก็คงจะรู้สึกว่า เราถูกบังคับให้เลือกทั้งๆที่ไม่อยาก เพียงเพราะคนอื่นเข้ามาล้ำเส้น ทำไมเราถึงต้องตัดสินด้วย? ทำไมเราถึงต้องมีส่วนร่วมไปด้วยทั้งๆที่เราไม่ได้ทำอะไรเลยแท้ๆ
 
ในความเป็นจริงแล้ว มนุษย์เป็นสัตว์สังคมไม่มีใครที่ไม่สามารถอยู่โดดเดี่ยวไม่ล้ำเส้นคนอื่นได้และก็มีหลายๆครั้ง ที่เราต้องไปพัวพันกับปัญหาที่คนอื่นเป็นผู้ก่อ ยิ่งมันร้ายแรงระดับต้องโหวตให้ตายและมีชีวิตเราเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย จึงแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่พวกเราจะเลือกไม่โหวต
 
และเมื่อถูกบังคับให้ทำแบบนี้นานๆเข้า เราก็จะเริ่มสิ้นหวัง สิ้นหวังในตัวของคนอื่นๆ สิ้นหวังในตัวเอง และนั้นก็คือสิ่งที่โมโนคุมะต้องการจะเห็นละ
 
4.ถีบตกเหวแล้วดันพาขึ้นไปสวรรค์
 
ผมเกลียดการตบหัวแล้วลูบหลังมากๆ แต่ดันกันรอนปะไม่ใช่ตบหัวแล้วลูบหลัง...ตัวเกมไม่ได้ตบหัวผมเลยสักนิด แต่ผมต่างหากที่เลือกที่จะสิ้นหวังเอาหน้าโขกพื้นเอง(ถ้าให้พูดจริงๆคือเกมมันดันทำทางเดินมืดๆแล้วมีอะไรแวบไปมาด้านหลังเหมือนผมจะโดนตบหัว แต่จริงๆแล้วไม่ได้โดนตบ)...เมื่อลองเงยหน้าดู...ก็ยังเห็นแสงสว่าง เห็นทางออกอยู่ ถึงแม้สองข้างทางจะน่ากลัวยังไงมันก็แค่ข้างทาง...ถ้าเรายังไม่ยอมแพ้ถ้าเรายังมีความหวัง เราก็ยังก้าวไปสู่แสงสว่างได้ และนี้คือจุดที่ผมชอบที่สุดในดันกันรอนปะ "แกทำฉันสิ้นหวังถึงระดับสุดๆ ราวตกเหวลึก แต่แกก็ยังชี้นำแสงสว่างให้เห็นความหวังอยู่เรื่อยๆได้อยู่อีก"
 
และสุดท้าย
 
Aคุง - ดันกันรอนปะคือเหล้าเก่าในขวดใหม่ ก็แค่แนวแบตเทิลโรยัลจิตตกปวดตับเดิมๆที่เอามานำเสนอให้ดูแนวๆเท่านั้นเอง
 
Srwkung - それは違うよ!( หรือคำพูดคัดค้านประจำซี่รีย์นี้)
 
Srwkung - จริงๆแล้วดันกันรอนปะมันคือน้ำผักที่ดีต่อสุขภาพต่างหากละ!!!
 
ผมเชื่อว่าคนที่เล่นเกมจบแล้วจะเข้าใจสามประโยคนี้ได้เป็นอย่างดี ส่วนคนที่ยังสงสัย ก็ขอให้ตามดูอนิเมทให้จบ ผมเชื่อว่าจะพบกับคำตอบครับ (ถ้าอนิเมทมันทำสื่อออกมาแบบเดียวกับที่เกมต้องการจะสื่อน่ะนะ...)
 
การพานพบนับว่าเป็นเรื่องน่าประหลาดอย่างหนึ่งเหมือนกัน ว่าจริงๆแล้วผมก็ไม่เคยคิดว่าเกมที่มีองค์ประกอบของ"การสืบสวน"+"แบทเทิลโรยัล"+"เกมชู๊ตติ้ง" อย่างซี่รีย์นี้จะเข้ามาเป็นเกมสุดโปรดของผมได้เลยน่ะ
 
แต่เพราะดันกันรอนปะซี่รีย์มันมีอะไรมากกว่านั้นน่ะสิ เลยทำให้ผมติดมันหนึบชนิดที่ว่าแกะไม่ออกไปเลย
 
สำหรับซูเปอร์ดันกันรอนปะ2 นั้น ก็เป็น"ภาคต่อ"จากเกมสืบสวนแนวไฮสปีดแอคชั่นภาคแรกอย่าง"ดันกันรอนปะ" ที่ยังคงคอนเซ็ปเดิมเอาไว้ และเพิ่มเติมระบบใหม่ๆเข้ามามากมายที่ทำให้เกมดูสมกับเป็น"ภาคต่อ"ที่พัฒนามากขึ้นกว่าภาคแรกชนิดจมหัว
 
เรื่องย่อ
 
เด็กม.ปลาย16คนที่เป็น"สุดยอดนักเรียนม.ปลาย"ในด้านต่างๆถูกเชิญให้มาเรียนที่โรงเรียนคิโบกามิเนะ(แปลเป็นไทยได้ว่าโรงเรียนความหวังอันสูงสุด)เมื่อมาถึงแล้วทั้งหมดกับพบกับตุ๊กตากระต่ายประหลาดสีชมพูครึ่งขาวครึ่ง มันแนะนำตัวว่ามันชื่อสาวน้อยเวทมนต์อุซามิ หรือเรียกสั้นๆว่าอุซามิแล้วก็เป็นอาจารย์ของทุกคนด้วย
 
เมื่ออุซามิโบกคทา